- นายทหารประทวน
- ทหารอาสา

ประกาศ สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย
เรื่อง
รับสมัครสอบคัดเลือกกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1. กล่าวนำ
สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย มีความประสงค์รับสมัคร สอบคัดเลือกกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภทนายทหารประทวน และพลอาสาสมัคร แบบทำสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี โดยสามารถต่อสัญญาจ้าง ได้ไม่เกิน 4 ปี (รวมระยะเวลาการจ้างแล้วต้องไม่เกิน 4 ปี เว้นบุคคลนั้นมีอายุครบ 30 ปี ให้ถือว่าสัญญาจ้าง สิ้นสุดลง)
2. ตำแหน่งที่รับสมัคร
2.1 ประเภทนายทหารประทวน ตำแหน่ง รองผู้บังคับหมู่ หมวดปืนเล็ก กองร้อย ระวังป้องกัน กองพันระวังป้องกัน สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา สิบเอก) จำนวน 8 อัตรา
2.2 ประเภทพลอาสาสมัคร ตำแหน่ง พลรักษาการณ์ กองร้อยกองบังคับการ กองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตราพลอาสาสมัคร) จำนวน 7 อัตรา
3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.3 เป็นผู้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ม.3 หรือ ม.6 เพศชาย (ไม่สามารถใช้คุณวุฒิที่สูงกว่า
สมัครได้)
3.2 เป็น กำลังพลสำรอง ซึ่งได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
3.2.1 บุคคลซึ่งเป็นกำลังพลสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหมที่มีการบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรอง
3.2.2 ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 โดยเป็นทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับ ราชการในกองประจำการจนครบกำหนดหรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการ รับราชการทหาร
3.3 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ (เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2544-พ.ศ. 2551) นับอายุตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
3.4 มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ. สัญชาติ
3.5 เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
3.6 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
3.37 ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ
3.8 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีงาม
3.9 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
3.10 ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออกจากราชการเพราะมีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมอง
3.11 ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา เว้นแต่ความผิด ฐานประมาทหรือลหุโทษ
3.12 มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหารและ ไม่เป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร รายละเอียดตามผนวก ก
3.13 ผู้สมัครสอบจะต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร ต้องไม่เป็นโรคเท้าแบน ยึดติด (Rigid type) และต้องไม่เป็นโรคตาบอดสี (Color Blindness)
3.14 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ
3.15 ไม่เป็นผู้ที่มีรอยสักบนร่างกายที่เห็นได้ชัด
3.16 คุณสมบัติตามข้อ 3.12-3.15 ให้ใช้ผลการตรวจโรคของคณะกรรมการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถือเป็นข้อยุติ ซึ่งจะมีการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยไม่ตรวจซ้ำอีกไม่ว่ากรณีใดๆ และ จะไม่พิจารณาผลการตรวจโรคจากสถานพยาบาลอื่น
3.17 สำหรับลูกจ้าง หรือพนักงานราชการในสังกัดของกระทรวงกลาโหม ที่สมัครสอบ จะต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติ และได้รับอนุญาตจากหน่วยต้นสังกัด ในระดับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไป (ให้นำหลักฐานมาประกอบการรายงานตัวในรอบสุดท้าย)
4. หลักฐานในการสมัคร
4.1 ใบสมัคร
4.2 รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ขนาด 3 x 4 ชม. ถ่ายในครั้งเดียวกัน และต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 2 รูป
4.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ชุด
4.4 สำเนาใบระเบียนแสดงผลการศึกษา หรือใบประกาศนียบัตร จำนวน 2 ชุด
4.5 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือสำเนาทะเบียนบ้านที่นายทะเบียนรับรอง เพื่อแสดงวัน เดือน ปีเกิดที่ชัดเจน ระบุสัญชาติของผู้สมัคร และของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด จำนวน 2 ชุด
4.5.1 กรณีที่บิดาและ/หรือมารดาไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับผู้สมัคร ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดา มาแสดงด้วย
4.5.2 กรณีที่บิดาและ/หรือมารดาถึงแก่กรรมและไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ให้นำสำเนาใบมรณะบัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการ มาแสดงด้วย
4.5.3 กรณีที่ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่ได้ระบุสัญชาติไทยจะต้องแสดงหลักฐานของบิดา มารดา แล้วแต่กรณีว่ามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด ไม่ใช่โดยการเปลี่ยนสัญชาติ
4.6 สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
4.7 สำเนาหนังสือสำคัญทหารกองหนุน สด.8 หรือ สด.3 จำนวน 2 ชุด
4.8 กรณีที่ผู้สมัครเป็นลูกจ้างหรือพนักงานราชการ ให้ยื่นหลักฐานตามข้อ 3.17
4.9 หลักฐานการขอคะแนนเพิ่มพิเศษ (ถ้ามี)
5. การสมัครสอบ
สมัครสอบด้วยตนเองเท่านั้น ตั้งแต่ วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 ถึงวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30-11.30 น. และ 13.00-15.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) ณ แผนกธุรการและกำลังพล ชั้น 4 อาคาร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
6. ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่เว็บไซต์
http://ohqrtarf.mi.th
หรือ
https://www.facebook.com/OHQ.RTARF/
7. ขั้นตอนการสอบคัดเลือก
7.1 ขั้นตอนที่ 1 การสอบภาควิชาการ
ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 สถานที่ สอบจะแจ้งให้ทราบ วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ (ข้อสอบแบบปรนัย) รายละเอียดดังนี้
7.1.1 เวลา 13.00 น.-13.40 น. วิชาความรู้ทั่วไป (จำนวน 40 ข้อ 40 คะแนน) ประกอบด้วยรายวิชา ดังต่อไปนี้
7.1.1.1 ภาษาไทย ม.1-ม.3
7.1.1.2 สังคมศึกษา ม.1-ม.3
7.1.1.3 ความรู้ทั่วไป สื่อรายวัน
7.1.2 เวลา 13.50 น.-14.50 น. วิชาเฉพาะตำแหน่ง (จำนวน 60 ข้อ 60 คะแนน) ประกอบด้วยรายวิชา ดังต่อไปนี้
7.1.2.1 พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2476
7.1.2.2 พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ. 2497
7.1.2.3 พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กท. พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556
7.1.2.4 ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
7.1.2.5 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย
แห่งชาติ พ.ศ. 2552
7.1.2.6 ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ. 2555
7.2 ขั้นตอนที่ 2 การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 06.30 น. ณ บริเวณชั้น 1 อาคารสำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย
7.3 ขั้นตอนที่ 3 การสอบสัมภาษณ์
ในวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 อาคารสำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย
7.4 ขั้นตอนที่ 4 ประกาศผลการสอบคัดเลือกฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่เว็บไซต์
http://ohq.rtarf.mi.th
หรือ
https://www.facebook.com/OHQ.RTARF/
8. คะแนนเพิ่มพิเศษ
หลักเกณฑ์การให้คะแนนเพิ่มพิเศษแก่บุคคลพลเรือนที่สมัครสอบบรรจุ เข้ารับรับราชการ ตามคำสั่งกองทัพไทย ที่ 50/2565 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2565 รายละเอียดตามผนวก ข
9. การเตรียมตัว
9.1 การแต่งกาย ชุดสุภาพเรียบร้อย รองเท้าหุ้มส้น งดสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ กางเกงขาสั้น (ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สามารถใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด ได้)
9.2 ให้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้
9.3 อุปกรณ์สำหรับใช้ทำปัญหาสอบ ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน หรือสีดำ น้ำยาลบคำผิด
9.4 หากมารายงานตัวเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเกินกว่า 15 นาที หมดสิทธิ์เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายทันที
4.5 หากมาถึงห้องสอบช้ากว่ากำหนดเวลาสอบไม่เกิน 15 นาที ให้เข้าห้องสอบได้ โดยไม่ต่อเวลาสอบ และหากมาถึงห้องสอบช้ากว่ากำหนดเวลาสอบเกินกว่า 15 นาที หมดสิทธิ์ เข้าห้องสอบทันที
10. เกณฑ์การตัดสิน แบ่งเป็น
10.1 เกณฑ์การตัดสินการสอบภาควิชาการ ให้ใช้ผลรวมคะแนนภาควิชาการและ คะแนนเพิ่มพิเศษ ของผู้สมัครสอบ โดยจัดเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนสูงสุตลงมา กรณีได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ถือคะแนนวิชาเฉพาะตำแหน่งเป็นหลัก หากวิชาเฉพาะตำแหน่งยังเท่ากันอีกให้อยู่ในดุลยพินิจของ คณะกรรมการ ทั้งนี้คณะกรรมการจะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีคะแนนสอบภาควิชาการ (ไม่รวมคะแนนเพิ่มพิเศษ)
10.2 เกณฑ์การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย “
ผ่าน/ไม่ผ่าน”
ผู้สมัครสอบต้องทำการ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จำนวน 3 สถานี รายละเอียดดังนี้
10.2.1 สถานีดันพื้น, สถานีลุกนั่ง และสถานีวิ่ง 2 กม.
10.2.2 ผู้สมัครสอบจะต้องได้คะแนนรวมกันทั้ง 3 สถานี ไม่น้อยกว่า 150 คะแนน ใน 300 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 50) โดยผู้ผ่านการทดสอบจะต้องเข้ารับการทดสอบครบทุกสถานี จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ
รายละเอียดตามผนวก ค
10.3 เกณฑ์การทดสอบสัมภาษณ์
“เหมาะสม/ไม่เหมาะสม”
ต้องได้คะแนน
ร้อยละ 50 ขึ้นไป
11. เงื่อนไขการสมัครสอบ
11.1 ผู้สมัครสอบจะต้องติดตามประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ อย่างใกล้ชิด กรณีผู้สมัครไม่ทราบข้อมูลตามที่ได้ประกาศไป คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีสิทธิ์ ในกรณีนั้นๆ หรือไม่
11.2 ผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร หรือผู้สมัครที่กระทำ ทุจริตในการสอบไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะพบในขั้นตอนใด เช่น การสมัครสอบ การสอบคัดเลือก ทุกขั้นตอน การประกาศผล การรายงานตัว หรือทำสัญญาแล้วก็ตาม เมื่อคณะกรรมการตรวจพบในระหว่าง ขั้นตอนใด ถือว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติไม่มีสิทธิ์บรรจุเข้ารับราชการหรือหากมีคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการแล้ว ก็สามารถยกเลิกการบรรจุเข้ารับราชการได้
11.3 ผู้สมัครต้องรับรองเอกสารทุกฉบับที่นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอนว่าเป็น เอกสารที่ทางราชการออกให้จริง หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นเอกสารที่มิใช่ทางราชการออกให้จะถูก ดำเนินคดีตามกฎหมาย
12. ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์
12.1 ประเภทนายทหารประทวน รับเงินเดือน เดือนละ 8,610 บาท และรับเงินเพิ่ม การครองชีพชั่วคราว เดือนละ 2,390 บาท
12.2 ประเภทพลอาสาสมัคร รับเงินเดือน เดือนละ 8,590 บาท และรับเงินเพิ่ม การครองชีพชั่วคราว เดือนละ 2,410 บาท
12.3 สิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ (กรณีปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี)
12.4 ค่ารักษาพยาบาล ได้รับสิทธิเฉพาะตนเอง
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
12.4.1 กรณีผู้ป่วยนอกใช้สิทธิ์ในสถานพยาบาล สังกัด กระทรวงกลาโหม
12.4.2 กรณีผู้ป่วยในใช้สิทธิตนเอง เช่น 30 บาท รักษาทุกที่ ของ สำนักงาน
12.5 สิทธิได้รับบำนาญพิเศษ
12.6 สิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
12.7 สิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามที่ทางราชการกำหนด
13. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
13.1 แผนกธุรการและกำลังพล กองบัญชาการ สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการ กองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 09 5927 4727 และ 08 9480 8221 (เฉพาะวันและเวลาราชการ)
13.2 รายละเอียดการสอบคัดเลือกฯ การประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม สามารถติดตามที่เว็บไซต์
http://ohq.rtarf.mi.th
หรือ
https://www.facebook.com/OHQ.RTARF/







0 ความคิดเห็น