สมัครออนไลน์
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ

ประกาศบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด
เรื่อง
รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้าทำงานเป็นพนักงาน
ด้วยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความ ประสงค์จะรับสมัครสอบคัดเลือกผู้ได้รับคุณวุฒิต่าง ๆ จำนวน 18 คุณวุฒิ เพื่อบรรจุเข้าทำงานเป็นพนักงาน ในคุณวุฒิ ต่าง ๆ รวม 23 อัตรา จึงกำหนดหลักเกณฑ์การรับสมัคร ดังต่อไปนี้
1. คุณวุฒิการศึกษาที่รับสมัคร


2. คุณสมบัติทั่วไป
2.1 มีสัญชาติไทย
2.2 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันปิดรับสมัคร) เว้นแต่ผู้สมัคร สอบคัดเลือกซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
2.3 ผู้สมัครที่เป็นชายต้องพ้นจากการรับราชการทหารกองประจำการแล้ว โดยมีหลักฐานของ ทางราชการรับรองว่าพ้นจากการรับราชการทหารกองประจำการ หรือพ้นจากการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับ ราชการทหารกองประจำการแล้ว และไม่ต้องเป็นทหาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าไม่ต้องเป็นทหารมาแสดง
2.4 สามารถทำงานให้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เต็มเวลา
2.5 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
2.6 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกินห้าปี
2.7 เป็นผู้เลื่อมใส่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2.8. ไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคดังต่อไปนี้ คือ
2.8.1 โรคเรื้อน
2.8.2 วัณโรคในระยะอันตราย
2.8.3 โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
2.8.4 โรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
2.9 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการ พักงาน หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการออกจากงานไว้ก่อน หรือต้องหาคดีอาญาอันมีใช่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
2.10 ไม่เป็นผู้บาพร่องในศีลธรรมอันดี
2.11 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
2.12 ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก ไล่ออก จากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท มหาชน จำกัด เพราะกระทำผิดวินัย หรือทุจริตต่อหน้าที่
2.13 ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ที่ได้รับการบรรจุเข้าทำงานต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 180 วัน หากไม่ผ่านการประเมินผลงานในระยะเวลาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ต้องออกจากงาน
2.14 ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ที่ได้รับการบรรจุเข้าทำางานจะต้องปฏิบัติงาน ณ สถานที่ที่ได้รับการบรรจุ ครั้งแรกไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะมีสิทธิยื่นความจำนงขอย้ายได้
2.15 ผู้สมัครที่นำเอกสารปลอมมายื่นเพื่อประกอบการสมัครสอบคัดเลือกหากตรวจสอบพบภายหลัง จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะให้ออกจากงานทันที และจะดำเนินคดีอาญา ตามความเหมาะสมต่อไป
3. คุณสมบัติอื่น ๆ
ผู้สมัครคุณวุฒิตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

ทั้งนี้ ผลการทดสอบภาษาอังกฤษต้องเป็นผลการทดสอบแบบส่วนบุคคล (Personal) เท่านั้น
4. ผู้สมัครซึ่งเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างประจำ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติ ตามข้อ 1 – 3 แล้ว จะต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนี้
4.1 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งสูงกว่าพนักงานระดับ 7 หรือเทียบเท่า
4.2 เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุหรือปรับวุฒิให้ดำรงตำแหน่งคุณวุฒินี้มาก่อน
4.3 การกรอกใบสมัครพนักงานจะต้องกรอกรหัสพนักงาน (8 หลัก) และวันเดือนปีเกิด พร้อมทั้ง กดตรวจสอบข้อมูล เมื่อยืนยันการสมัครแล้วระบบจะแสดงใบชำระเงิน พร้อมทั้งหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา เมื่อผู้อำนวยการฝ่าย โดยผู้สมัครต้องนำหนังสือดังกล่าวเสนอต่อผู้อำนวยการฝ่ายในสังกัดภายในระยะเวลาที่เปิดรับสมัคร ลงนามในหนังสือดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ให้เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับดำเนินการ ตามข้อ 10 ต่อไป
ทั้งนี้ หากปกปิดข้อมูลหรือมิได้ยื่นหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชาภายในระยะเวลาที่ เปิดรับสมัคร จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและอาจถูกพิจารณาโทษทางวินัย
4.4 ผู้ที่สอบคัดเลือกได้จะไม่มีสิทธิได้รับค่าเขาบ้าน และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นในการบรรจุหรือปรับวุฒิให้ดำรงตำแหน่งตามคุณวุฒิที่ประกาศรับสมัครนี้ ยกเว้นผู้ที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน อยู่เดิม ให้เป็นไปตามระเบียบ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ว่าด้วย สวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างประจำ
4.5 ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ที่ได้รับการบรรจุเข้าทำงาน (ปรับวุฒิ) จะต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยงาน ที่ได้รับการบรรจุไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะมีสิทธิยื่นความจำนงขอย้ายได้
4.6 ผู้ที่สอบคัดเลือกได้จะได้รับการบรรจุตามตำแหน่งและสังกัดที่มีอัตราว่างหากไม่สามารถไป ปฏิบัติงานได้ถือว่าสละสิทธิ โดยต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 60 วัน หน่วยงานต้นสังกัดเดิม ของผู้สอบคัดเลือกได้ จะยังไม่ได้รับการจัดสรรอัตราทดแทนจนกว่าผู้สอบคัดเลือกได้จะทดลองปฏิบัติหน้าที่ครบ 60 วัน และได้รับการบรรจุ ในตำแหน่งที่สอบคัดเลือกได้แล้ว
5. การสมัครสอบ
สมัครสอบทางอินเตอร์เน็ต (Intermet) ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยผู้สมัครสอบต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การกรอกใบสมัคร
▶ เข้าไปที่เว็บไซต์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
http://www.thailandpost.com
หัวข้อ “ข่าว” และไปที่ “สมัครงาน – ประกาศ” หรือ ที่เว็บไซต์
http://job.thailandpost.com
▶ เลือกหัวข้อ “สมัครงาน” และอ่านขั้นตอนการรับสมัคร
6. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ
6.1 ผู้สมัครสอบสามารถเลือกสมัครสอบได้ : คุณวุฒิ โดยสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และ เมื่อสมัครสอบแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขใด ๆ ไม่ได้ ซึ่งการสมัครสอบจะสมบูรณ์ต่อเมื่อชำระเงินค่าสมัครแล้ว
1-4 6.2 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและคุณวุฒิการศึกษาตรงตามที่กำหนดไว้ในข้อโดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัคร ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษาโดจะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
6.3 การสมัครตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรอง ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
6.4 ผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและคุณวุฒิ การศึกษาตรงตามประกาศรับสมัครจริง และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครไม่ว่าเหตุใด ๆ หรือวุฒิการศึกษา ไม่ตรงตามคุณวุฒิ ที่สมัครหรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไป ตามประกาศรับสมัคร อันมี ผลทำให้ผู้สมัครไม่มีสิทธิสมัครตามประกาศรับสมัครดังกล่าว ให้ถือว่าการรับสมัครและการได้เข้ารับการสอบ คัดเลือกครั้งนี้เป็นอันโมฆะสำหรับผู้นั้น ทั้งนี้จะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทุกกรณีและผู้สมัครไม่มีสิทธิ เรียกค่าเสียหายใด ๆ
กรณี ชื่อ-นามสกุล ที่ใช้ในการสมัครไม่ตรงตามหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ ผู้สมัคร สอบจะต้องมีหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ไปยืนยัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิเข้าห้องสอบ สำหรับกรณีเลขประจำตัว บัตรประชาชนที่ใช้ในการสมัครสอบไม่ตรงกับหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ จะไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบ โดยเด็ดขาด
7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ทางเว็บไซต์
http://www.thailandpost.com
หัวข้อ “ข่าว” และไปที่ “สมัครงาน ประกาศ” > ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ พนักงาน > และไปที่คุณวุฒิที่สมัครสอบ หรือที่เว็บไซต์
http://job.thailandpost.com
หัวข้อ “ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ พนักงาน” และไปที่คุณวุฒิที่ สมัครสอบ โดยผู้สมัครสอบคัดเลือกจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน ตามที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนดไว้
8. หลักสูตรการสอบ
8.1 การสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน จึงแยกเป็น 2 วิชา ดังนี้
(1) วิชาที่ 1 ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้)
(2) วิชาที่ 2 ความรู้ความสามารถทั่วไป
8.2 การสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาท่วงทีวาจา บุคลิก และความเหมาะสมที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่
ทั้งนี้ จะทำการสอบความรู้ความสามารถตามข้อ 8.1 ก่อน และจะประกาศผลการสอบข้อเขียน โดยผู้สมัครสอบจะต้องผ่านเกณฑ์การตัดสินที่กำหนด จึงจะมีสิทธิสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งตามข้อ 8.2
9. หลักฐานที่ใช้แสดงตนในวันสอบความรู้ความสามารถ (สอบข้อเขียน)
9.1 บัตรประจำตัวสอบที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต (ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 4) โดยให้ผู้สมัครสอบ ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว และต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันที่ปิด รับสมัครสอบ) พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในบัตรประจำตัวสอบให้ครบถ้วน
9.2 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล หรือลายมือชื่อ และมีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น (ฉบับจริง)
ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบที่ไม่นำหลักฐานตามข้อ 9.1 และข้อ 9.2 มาแสดงตนในการเข้าสอบกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ
10. หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์)
ผู้สมัครสอบที่มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์ต้องส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในประกาศผลการสอบข้อเขียน โดยจะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้
10.1 ใบข้อมูลบุคคล โดยให้ดิตรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว และต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันที่ปิดรับสมัครสอบ) พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในใบข้อมูลบุคคลให้ครบถ้วน (ต้นฉบับ) จํานวน 3 ฉบับ (ต้นฉบับ 1 สำเนา 2)
10.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 3 ฉบับ
10.3 สำเนาผลการทดสอบภาษาอังกฤษผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่างใดอย่างหนึ่ง มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่สอบภาษาอังกฤษ (Test Date) จนถึงวันที่ประกาศผลสอบข้อเขียน จำนวน 3 ฉบับ
10.4 สำเนาหลักฐานการศึกษาที่แสดงว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามที่กำหนดไว้ ในประกาศรับสมัครสอบ ประกอบด้วย
(1) ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าให้แนบสำเนาปริญญาบัตร สำหรับระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้แนบสำเนาประกาศนียบัตร จำนวน 3 ฉบับ
ในกรณีที่ยังไม่ได้รับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรฉบับจริง ให้แนบหนังสือรับรอง คุณวุฒิ ที่สถานศึกษาออกให้ ซึ่งจะต้องมีข้อความว่า “โดยอนุมัติสภาของสถาบัน” จำนวน 3 ฉบับ
(2) สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) จำนวน 3 ฉบับ
ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องมีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัครสอบ โดยต้องเป็น ผู้สำเร็จ การศึกษาและใต้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติของสถานศึกษานั้นภายในวันปิดรับสมัคร การสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษาใดจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
10.5 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 3 ฉบับ
10.6 สำเนาหลักฐานทางทหาร สด.8 หรือ สด.43 (กรณีผู้สมัครสอบเป็นเพศชาย) จำนวน 3 ฉบับ
10.7 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล จำนวน 3 ฉบับ
10.8 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในคุณสมบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ (ถ้ามี) จำนวน 3 ฉบับ
10.9 กรณีเป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำต้องมีหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา (ตามข้อ 4.3)
จํานวน 3 ฉบับ
ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับ ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” พร้อมลงลายมือชื่อในเอกสารทุกฉบับ และให้ระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้ที่มุมบนด้านขวาของสำเนาหลักฐานและเอกสาร ทุกหน้าให้ เรียบร้อย
อนึ่ง กรณีตรวจสอบพบภายหลังว่าหลักฐานและเอกสารการสมัครสอบหรือคุณสมบัติการสมัครสอบ ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบ ครั้งนี้ตั้งแต่ต้น จะไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง และไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
11. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้สมัครสอบคัดเลือกต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 50 ความรู้ความสามารถทั่วไปไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เมื่อรวมคะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ความรู้ความสามารถทั่วไป และความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) จะต้องได้คะแนนรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบคัดเลือกได้
ในกรณีที่ผู้สอบคัดเลือกได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง มากกว่า เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนน ความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากัน ให้สัมภาษณ์เฉพาะผู้ได้คะแนน เท่ากันนั้นใหม่ ผู้ใดได้คะแนนมากกว่าให้เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
12. การขึ้นบัญชีผลการสอบคัดเลือก
ผู้สอบคัดเลือกได้จะได้รับการขึ้นบัญชีผลการสอบคัดเลือกไว้เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันประกาศ ผลการสอบคัดเลือกเป็นต้นไป ถ้ามีการสอบคัดเลือกอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ประกาศผลการสอบคัดเลือกใหม่แล้ว บัญชีผลการสอบคัดเลือกได้ครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก


















0 ความคิดเห็น