สมัครออนไลน์
- นิติกร

ประกาศธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
เรื่อง
การสรรหาบุคคลภายนอกเพื่อเป็นพนักงาน ตำแหน่งนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ ปีบัญชี 2569
ด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จะดำเนินการสรรหาบุคคลภายนอก เพื่อเป็นพนักงาน ตำแหน่งนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ภูมิภาคที่เปิดรับสมัคร และอัตรากำลังที่ต้องการ

2. หน้าที่ความรับผิดชอบ
2.1 ฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ 1 และ 2
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานว่าต่างและแก้ต่างแทนธนาคาร งานอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์ ฎีกา แก้ฎีกา คดีที่เกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้และคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินซึ่งเป็นประกันหนี้เงินกู้ งานดำเนินกระบวนการ พิจารณาไปในทางจำหน่ายสิทธิคดีที่เกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้และคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินซึ่งเป็นประกันหนี้เงินกู้ งานดำเนินคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ งานไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ระหว่างฟ้อง หลังมีคำพิพากษาและในชั้นบังคับคดี งานที่ปรึกษาการจำหน่ายหนี้สูญ งานดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขายทอดตลาด งานด้านการบริหารหนี้ ดำเนินคดี การบริหารหนี้ขาดและหนี้จะขาดอายุความ การจำหน่ายหนี้เงินกู้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ การดำเนินคดีและการบังคับคดี
2.2 สำนักกฎหมาย
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านที่ปรึกษากฎหมายและตอบข้อหารือทางด้านกฎหมายแก่ ธนาคาร ส่วนงานสำนักงานใหญ่ ส่วนงานภูมิภาค ฝ่ายจัดการและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. งานนิติกรรมและสัญญา ของธนาคาร สัญญาในด้านธุรกิจและระหว่างประเทศ งานกลั่นกรองเรื่องเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. งานกฎหมายธุรกิจและกฎหมายต่างประเทศ ตลอดจนกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายธุรกิจและกฎหมายต่างประเทศ
2.3 สำนักคดี
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานอรรถคดี งานด้านที่ปรึกษา งานบังคับคดี บริหารหนี้ดำเนินคดี และงานพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งต่าง ๆ คำสั่งให้ชดใช้ความรับผิดทางละเมิด งานความรับผิดทางละเมิด
3. คุณสมบัติทั่วไป
3.1 เพศ ชาย/หญิง
3.2 มีสัญชาติไทย
3.3 เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3.4 เป็นผู้ที่มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
3.5 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือน
ไม่สมประกอบ ทั้งไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าข้างในระยะที่ปรากฏอาการ เป็นที่รังเกียจ แก่สังคม ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษทุกชนิด (ยกเว้น ได้พ้นสภาพการใช้ยาเสพติดโดยได้รับการรับรองจาก แพทย์หรือใต้ผ่านการบำบัดรักษาจากสถานบำบัดที่ได้รับรองจากทางราชการ) โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคเลือดทุกชนิด โรคหัวใจ หรือโรคอย่างอื่นที่ร้ายแรงอันเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
3.6 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
3.7 ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
3.8 ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษต้องออกจากงานของธนาคาร หรือออกจากราชการ หรือออก จากองค์กรของรัฐบาล หรือสถาบันอื่น
3.9 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี
3.10 ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่
3.11 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3.12 ไม่เคยทุจริตในการสอบเข้าเป็นผู้ช่วยพนักงาน หรือ พนักงาน ธ.ก.ส. มาก่อน
3.13 ไม่ดำรงตำแหน่งพนักงาน ธ.ก.ส. ตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ประกาศรับสมัครเป็นต้นไป
4. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
4.1 อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ปิดรับสมัคร)
4.2 สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ในสาขานิติศาสตร์
(วันที่สำเร็จการศึกษาใน
ปริญญาบัตร หรือใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ต้องไม่เกินวันที่ปิดรับสมัคร)
จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองตามสาขาที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะพิจารณาวุฒิการศึกษาเทียบเคียง ตามการรับรองคุณวุฒิของ สำนักงาน ก.พ. และให้ยึดถือคำวินิจฉัยของธนาคารเป็นที่สุด
4.3 ต้องมีใบอนุญาตให้เป็นทนายความที่ยังไม่หมดอายุ (ภายในวันที่สัมภาษณ์)
4.4 สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Office (Word Excel PowerPoint)
ได้เป็นอย่างดี
4.5 หากมีประสบการณ์ทางด้านกฎหมาย ทนายความ หรือนิติกร จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
4.6 สามารถปฏิบัติงานตามวัน เวลาและสถานที่ตามที่ธนาคารกำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) ฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ 1 และ 2 ปฏิบัติงานประจำสำนักงานใหญ่ และ/หรือ
ปฏิบัติงานประจำจังหวัดตามพื้นที่ภูมิภาค
2) สำนักกฎหมาย ปฏิบัติงานสำนักงานใหญ่
3) สำนักคดี ปฏิบัติงานประจำสำนักงานใหญ่และสามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
5. การรับสมัครและการชำระเงิน
5.1 ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตามประกาศของธนาคาร สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์
https://baac.thaijobjob.com
ระบุตำแหน่ง “นิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 มิถุนายน 2569 (วันสุดท้ายปิดรับสมัครภายในเวลา 16.30 น.)
5.2 การชำระเงินค่าสมัครเข้ารับการสรรหาคัดเลือก ผู้สมัครจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ของตนเอง และบันทึกข้อมูล ชื่อ – สกุล เบอร์โทรศัพท์ ให้ถูกต้องก่อนไปชำระเงิน ซึ่งสามารถชำระเงินตาม QR Code ที่ระบบกำหนดในใบชำระเงินผ่านทาง Mobile Banking ได้ทุกธนาคาร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 มิถุนายน 2569 (วันสุดท้ายปิตรับชำระเงินภายในเวลา 16.30 น.) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) ค่าธรรมเนียมการสอบ 400 บาท
2) ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการเสริม SMS 50 บาท
ทั้งนี้ ขอให้ผู้สมัครตรวจสอบคุณสมบัติและศึกษาประกาศของธนาคารให้ครบถ้วนก่อน ชำระเงิน เนื่องจากไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินค่าสมัครใต้
5.3 ผู้สมัครสามารถตรวจสอบสถานะการสมัครสอบ และผลการชำระเงินได้ทางเว็บไซต์
https://baac.thaijobjob.com
ภายหลังการชำระเงิน ทั้งนี้ การสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการสอบภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนดเท่านั้น
ทั้งนี้ หากพบปัญหาในการสมัคร สามารถดำเนินการ ดังนี้
1. ปัญหาเกี่ยวกับระบบรับสมัครสอบ การชำาระเงิน ติดต่อ Call Center Thaijobjob.com หมายเลขโทรศัพท์ 0-2257-7159 ในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น. หรือ Line ID : @Thaijobjob
2. ปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ติดต่อกลุ่มงานสรรหาและคัดเลือกภายนอก
โทร 0-2558-6555 ต่อ 8331-2 และ 8404
3. ต้องการแก้ไขข้อมูลการสมัคร ให้ Download แบบคำร้องขอแก้ไขข้อมูล ผ่านเว็บไซต์
https://baac.thaijobjob.com
เลือกเมนูสารพันปัญหา (ข้อ 1) และดำเนินการตามรายละเอียดในแบบคำร้อง ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 มิถุนายน 2569 (ยกเว้นวันสุดท้ายรับแบบคำร้อง ภายในเวลา 16.30 น.)
อนึ่ง ผู้สมัครต้องยินยอมรับเงื่อนไข และข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ธนาคาร ตำาเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน รวมถึงข้อมูลที่นำไปใช้ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นผู้ผ่านการสอบ คัดเลือก เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของธนาคาร ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
6. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียน
6.1 ธนาคารจะตรวจคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครสอบเฉพาะอายุผู้สมัคร สำหรับ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ได้แก่ วุฒิการศึกษา รวมถึงเอกสารต่าง ๆ ของผู้สมัคร ธนาคารจะดำเนินการตรวจ ในวันที่สอบสัมภาษณ์ ดังนั้น ผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบ ในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามประกาศธนาคาร รวมทั้งต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ในกรณีที่มี หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานในการสมัครสอบนำมายื่นไม่ตรง ธนาคารจะถือว่าผู้สมัครสอบขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร โดยจะตัตรายชื่อออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบทุกขั้นตอน
6.2 ธนาคารจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบข้อเขียนพร้อมทั้งสถานที่สอบภายใน เดือนกรกฎาคม 2569 ทางเว็บไซด์
https://baac.thaijobjob.com
และ
https://www.baac.or.th/th/content-job.php
โดยกำหนดให้มีการสอบข้อเขียนในพื้นที่ตามที่ผู้สมัครเลือก 4 ภูมิภาค ดังนี้
1) ภาคเหนือ
2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3) ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และสำนักงานใหญ่
4) ภาคใต้
ทั้งนี้ หากผู้สมัครที่ดำเนินการตามขั้นตอนของธนาคารแล้วไม่มีรายชื่อของตนเอง โปรดติดต่อธนาคารที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2558-6555 ต่อ 8331 – 8332 ภายใน 2 วันทำการ นับจากวันที่ประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบข้อเขียน พร้อมแนบหลักฐานการสมัครมาทาง E-mail:
extermalrecruit@haac.or.th
หากเกินกำหนดจะถือว่าข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
7. การสอบคัดเลือก
7.1 การสอบข้อเขียนธนาคารมีกำหนดการสอบข้อเขียน
ประมาณเดือนสิงหาคม 2569
7.1.1 วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป 100 คะแนน
7.1.2 วิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนน
7.2 สอบสัมภาษณ์ (เฉพาะผู้ที่ผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียน) 100 คะแนน
7.3 ทดสอบบุคลิกภาพ (ข้อเขียน) เฉพาะผู้ที่ผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียน (เกณฑ์ปกติ/ไม่ผ่านเกณฑ์)
8. การพิจารณาผู้ผ่านเกณฑ์
8.1 ผู้ผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียนต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 หากมีผู้ผ่านเกณฑ์ การสอบข้อเขียนน้อยกว่าจำนวนที่ต้องการจะพิจารณาลดหย่อนเกณฑ์คะแนนตามหลักเกณฑ์การวัดผลที่ธนาคาร ยอมรับได้
8.2 การสอบสัมภาษณ์และการทดสอบบุคลิกภาพ จะดำเนินการสอบเฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์การสอบ ข้อเขียนเท่านั้น โดยผู้ผ่านการสรรหาคัดเลือกจะต้องได้คะแนนการสอบสัมภาษณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และผ่าน การทดสอบบุคลิกภาพอยู่ในเกณฑ์ปกติเท่านั้น โดยผู้ที่เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ จะต้องมีเอกสารการสมัคร ครบถ้วนก่อนเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ มิฉะนั้นจะไม่ให้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
9. การประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์
9.1 การประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียน เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์โดยการเรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบ
9.2 การประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือก แบ่งออกเป็น 2 บัญชี ได้แก่
1) บัญชีแยกตามภูมิภาค และสำนักงานใหญ่
2) บัญชีรวมภูมิภาค
โดยเรียงลำดับจากผลคะแนนรวมการสอบข้อเขียน 200 คะแนน (วิชาความรู้ ความสามารถทั่วไปและวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง) คะแนนสอบสัมภาษณ์ 100 คะแนน รวมเป็น คะแนน ทั้งหมด 300 คะแนน กรณีมีผู้ผ่านเกณฑ์ได้คะแนนรวมเท่ากันให้พิจารณาจัดลำดับโดยใช้ปัจจัยในการ เรียงลำดับทีละปัจจัย ดังนี้
ปัจจัยที่ 1 คะแนนสอบสัมภาษณ์
ปัจจัยที่ 2 คะแนนวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง
ปัจจัยที่ 3 คะแนนวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป
ปัจจัยที่ 4 ลำดับการชำระเงิน
หากธนาคารพบว่าผู้ผ่านเกณฑ์ในลำดับสุดท้ายมีคะแนนเท่ากันทุกปัจจัย ธนาคาร กำหนด ให้เป็นผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด โดยใช้เลขประจำตัวสอบเป็นปัจจัยในการเรียงลำดับก่อนหลัง
10. อัตราเงินเดือน
กำหนดให้ผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกได้รับเงินเดือนตามอัตราเงินเดือนขั้นต้น ของพนักงานระดับ 4 คือ เดือนละ 18,150 บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
11. เงื่อนไขการเรียกตัวปฏิบัติงาน
11.1 ผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตรงตามที่ธนาคารกำหนด ทุกประการ หากปรากฏว่าคุณสมบัติของท่านใดไม่ตรงตามที่ธนาคารกำหนดไว้ ธนาคารจะตัดรายชื่อออกจาก ประกาศรายชื่อทุกขั้นตอน หรือในกรณีที่ดำเนินการจ้างแล้ว ธนาคารจะเลิกจ้างทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
11.2 ธนาคารจะบรรจุแต่งตั้งผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกเรียงลำดับตามอัตราว่างแยก ตามบัญชีภูมิภาค หากผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกไม่พร้อมที่จะไปปฏิบัติงานใน ฝ่าย/สำนักที่มีอัตราว่างใน ขณะนั้น จะถือว่าไม่ขอรับการแต่งตั้งในครั้งนี้ ธนาคารจะนำรายชื่อไปต่อท้ายบัญชี ยกเว้น ผู้ผ่านเกณฑ์การ สรรหาคัดเลือกไม่ประสงค์ที่จะไปปฏิบัติงานให้ถือว่าสละสิทธิ์ และธนาคารจะตัดสิทธิ์ออกจากบัญชีสำรอง
11.3 เมื่อธนาคารเรียกตัวผู้ผ่านเกณฑ์แยกตามบัญชีภูมิภาคจนหมดแล้วแต่ยังคงมีอัตราว่าง (กรณีบัญชีสำรองแยกตามภูมิภาคไม่ประสงค์บรรจุแต่งตั้ง) ธนาคารจะดำเนินการเรียกตัวจากบัญชีรวมภูมิภาค โดยให้ผู้ผ่านเกณฑ์แสดงความประสงค์เรียงตามลำดับตามอัตราว่างคงเหลือ โดยเมื่อถึงลำดับผู้ผ่านเกณฑ์การ สรรหาคัดเลือกไม่พร้อมที่จะไปปฏิบัติงานใน ฝ่าย/สำนักที่มีอัตราว่างในขณะนั้น จะถือว่าไม่ขอรับการแต่งตั้งใน ครั้งนี้และคงรอในบัญชีรวมภูมิภาค และธนาคารจะแต่งตั้งผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกลำดับถัดไป
ทั้งนี้ ธนาคารจะเรียกตัวปฏิบัติงานตามข้อ 11.2 ก่อน เมื่อมีอัตราว่างคงเหลือจึงจะเรียก ตัวตามข้อ 11.3 ตามลำดับ หากรายชื่อถูกตัดสิทธิ์ออกจากบัญชีแยกตามภูมิภาค จะถูกตัดสิทธิ์ออกจาก บัญชีรวมภูมิภาคเรียงตามลำดับคะแนน เช่นกัน
6
11.4 ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานธนาคารต้องผ่านการตรวจสุขภาพ การทำหนังสือค้ำประกัน สืบประวัติตามที่ธนาคารกำหนดแสดงเอกสารข้อมูลเครดิตบูโร พร้อมทั้งต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 หากไม่ผ่านตามเงื่อนไขดังกล่าว ธนาคารจะเลิกจ้างทันที โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
11.5 ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จะต้องสามารถปฏิบัติงานประจำฝ่าย/สำนัก ตามที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติงาน โดยต้องอยู่ปฏิบัติงานในภูมิภาค นั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงจะมีสิทธิ์โยกย้าย โยกย้ายเฉพาะกิจ หรือสับเปลี่ยนตำแหน่ง
11.6 หากผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกแสดงความประสงค์ที่จะไปปฏิบัติงานในฝ่าย/สำนัก ที่มีอัตราว่างในขณะนั้น ไม่มารายงานตัวตามระยะเวลาที่กำหนด ธนาคารจะถือว่าสละสิทธิ์ และจะตัดสิทธิ์ออก จากบัญชีสำรอง
สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์การสรรหาคัดเลือกแต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง ธนาคารจะขึ้นบัญชี สำรองไว้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571
12. เงื่อนไขการทดลองปฏิบัติงาน
กำหนดให้มีการทดลองปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง และต้องมีผลการ ประเมินการทดลองปฏิบัติงานจากส่วนงานต้นสังกัดเมื่อปฏิบัติงานครบ 90 วัน โดยผู้ผ่านเกณฑ์การทดลอง ปฏิบัติงานต้องมีผลคะแนนการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ธนาคารจะพิจารณาบรรจุ แต่งตั้ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ให้ทดลองปฏิบัติงานเป็นต้นไป กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ธนาคารจะพิจารณาให้ทดลอง ปฏิบัติงานเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 90 วัน และจะประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานใหม่อีกครั้ง เมื่อผ่านเกณฑ์ โดยมีผลการทดลองปฏิบัติงานครั้งที่ 2 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 จะพิจารณาบรรจุแต่งตั้ง มีผลตั้งแต่วันที่ให้ทดลอง ปฏิบัติงานเป็นต้นไป หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานเป็นครั้งที่ 2 ธนาคารจะเลิกจ้าง ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ
ธ.ก.ส. ขอแจ้งว่าผู้สมัครอย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้าง และหรือกระทำการใด ๆ ว่าสามารถ ให้ความช่วยเหลือในการเข้าทำงานกับ ธ.ก.ส. ได้ และอย่าใช้วิธีการใดๆ ที่นอกเหนือจากการใช้ความรู้ ความสามารถของตนเองในการสอบ เพราะ ธ.ก.ส. จะถือว่าผู้นั้นทุจริตในการสอบ ซึ่งจะมีผลทำให้ถูกปรับตก ในทุกขั้นตอน และจะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องในการทุจริตทุกคน ผู้ทุจริตจะไม่มีสิทธิ์ สมัครสอบเข้าทำงานกับ ธ.ก.ส. อีก และหากตรวจพบหลังจากได้เข้าทำงานกับ ธ.ก.ส. แล้ว จะถือว่าผู้นั้น กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และธนาคารจะเลิกจ้างทันที
0 ความคิดเห็น