การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบพนักงาน 3 อัตรา วุฒิ ป.ตรี สาขาระบุตามประกาศ รับสมัครระหว่าง 6-16 ก.ค. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 672 ครั้ง

🏷️ ประเภท : พนักงานรัฐวิสาหกิจ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
3 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
16,830 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี สาขาระบุตามประกาศ
👥 เพศ
ชาย/หญิง
👤 อายุ
ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
6-16 ก.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. วิศวกร
  2. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
  3. พนักงานการบัญชี

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบพนักงาน รับสมัครตั้งแต่ 6-16 ก.ค. 2569

ประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทย

เรื่อง
รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย

ด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุเป็นพนักงาน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีรายละเอียด ดังนี้

1. ตำแหน่งและสังกัดที่จะบรรจุแต่งตั้ง

1.1 วิศวกร 6 จำนวน 1 อัตรา

สังกัด ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง

1.2 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6 จำนวน 1 อัตรา

สังกัด สำนักงานนโยบาย แผน วิจัย และพัฒนา

1.3 พนักงานการบัญชี 5จำนวน 1 อัตรา

สังกัด ฝ่ายการเงินและการบัญชี

2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไข เพิ่มเติม และข้อบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.1, ฉบับที่ 4.3 และระเบียบการรถไฟ แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1.11, ฉบับที่ 1.13, ฉบับที่ 1.19

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) ไม่เป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และลูกจ้างรายเดือนรอการบรรจุ

(3) อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร

(4) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(5) สามารถท้างานให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เต็มเวลา

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(2) เป็นผู้มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว

(3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษ หรือพ้นระยะเวลารอการลงโทษ หรือรอการกำหนดโทษ แล้วแต่กรณี เกินห้าปี

(4) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าข้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง และโรคพิษสุราเรื้อรัง

(5) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(6) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือถูกพักงานรัฐวิสาหกิจใด ๆ

(7) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือรัฐวิสาหกิจใด ๆ เพราะกระทำผิดวินัย

(8) เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษเพราะประพฤติชั่วถึงต้องออกจากราชการ หรือจากองค์การ ของรัฐบาล องค์การสาธารณะ เทศบาลหรือสุขาภิบาล

(10) เป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(11) เป็นผู้อยู่ในระหว่างสอบสวนทางวินัยของการรถไฟฯ กรณีเป็นผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟ

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร การรถไฟฯ ไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุเป็นพนักงานการรถไฟฯ ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามหนังสือ กรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 25013 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 28 กันยายน 2564

3. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศฯ

4. การรับสมัครสอบ

4.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 6 – 16 กรกฎาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอนดังนี้

(1) เปิดเว็บไซต์
https://railway.thaijobjob.com
เลือกหัวข้อ “สมัครสอบ”

5. เงื่อนไขการสมัครสอบ

5.1 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

5.2 ผู้สมัครสอบสามารถเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น เมื่อเลือกแล้ว จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งที่สมัครสอบไม่ได้

5.3 การรถไฟฯ มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ในการดำเนินการ รับสมัครสอบคัดเลือกของการรถไฟฯ ซึ่งผู้สมัครจะต้องให้ความยินยอมต่อการรถไฟฯ นำไปใช้เพื่อดำเนินการ ดังกล่าว โดยการรถไฟฯ จะรักษาข้อมูลเหล่านั้นไว้เป็นความลับ

5.4 การสมัครสอบตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 137 มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากปลอมแปลงเอกสาร หรือการใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 264 มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5.5 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามประกาศรับสมัครสอบ ตลอดจนเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับ กรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง ของการรถไฟฯ และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยการรถไฟฯ จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ของผู้สมัครสอบที่ผ่านการสอบภาคข้อเขียน ก่อนเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งหากพบความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือผู้สมัครสอบให้ข้อมูลเป็นเท็จ หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หรือเอกสารปลอม หรือเป็นเอกสาร ที่มิใช่ทางราชการออกให้ หรือกรณีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้นำส่งเอกสารเพิ่มเติมแต่ผู้สมัครไม่จัดส่งภายในระยะเวลา ที่กำหนด จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และการสมัครสอบของผู้นั้น เป็นโมฆะ ไม่มีสิทธิ เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือเข้าเป็นพนักงานตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น โดยการรถไฟฯ ขอสงวนสิทธิในการตัดสิทธิในภายหลังได้ทุกขั้นตอน และอาจจะถูกดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบ ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิโต ๆ ทั้งสิ้น

ในกรณี เลขประจำตัวประชาชนที่ใช้ในการสมัครสอบไม่ตรงกับหลักฐานการแสดงตน เพื่อเข้าห้องสอบจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด ยกเว้นในกรณีชื่อ – นามสกุล ของผู้สมัครไม่ตรงกับ ข้อมูลหลักฐานแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ ผู้สมัครสอบต้องมีหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ไปยืนยัน มิฉะนั้น จะไม่มีสิทธิเข้าห้องสอบ

6. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และข้อกำหนดเกี่ยวกับการสอบ

การรถไฟแห่งประเทศไทยจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ที่ ป้ายประกาศฝ่ายทรัพยากรบุคคลข้างสโมสรรถไฟ ทางเว็บไซต์
https://railway.thaijobjob.com
และ
www.railway.co.th
ภายในเดือนสิงหาคม 2569

7. หลักสูตรและวิธีการสอบ

7.1 การสอบภาคข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป และความรู้ความสามารถ เฉพาะตำแหน่ง
คะแนนเต็ม 200 คะแนน ปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศ 1 – 3

7.2 การสอบภาคสัมภาษณ์
คะแนนเต็ม 100 คะแนน

8. เกณฑ์การตัดสิน

8.1 ผู้ที่ผ่านการสอบภาคข้อเขียน จะต้องได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม และคะแนนรวมทุกวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม (วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะ ตำแหน่ง และ วิชาความรู้ทั่วไป) จึงจะมีสิทธิเข้ารับการสอบภาคสัมภาษณ์

8.2 ผู้ที่เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ จะต้องได้คะแนนภาคสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม จึงจะถือว่าสอบผ่านภาคสัมภาษณ์

8.3 ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือก และมีสิทธิเข้าทำงานในการรถไฟฯ จะต้องได้คะแนนสอบภาค ข้อเขียนและภาคสัมภาษณ์ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็มทั้งหมด โดยจะคัดเลือก ผู้ที่ได้รับคะแนนทุกภาครวมกันสูงสุดเป็นอันดับแรก เรียงลำดับลงมาจนกระทั่งได้บุคคลเข้าทำงานในการรถไฟฯ ครบตามจำนวนที่เปิดรับสมัคร

8.4 ในกรณีที่ได้คะแนนรวมเท่ากัน จะให้ผู้ที่ได้คะแนนสอบวิชาความรู้ความสามารถ เฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งเท่ากัน ก็ให้ผู้ที่ได้คะแนนวิชาความรู้ทั่วไปมากกว่าเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนวิชาความรู้ทั่วไปเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนสอบภาคสัมภาษณ์มากกว่าเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่สูงกว่า และถ้าได้คะแนนสอบภาคสัมภาษณ์ เท่ากันอีก ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า

9. การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

การขึ้นบัญชีผู้สอบได้ ให้ขึ้นบัญชีสำรองไว้มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่ วันประกาศผลการสอบคัดเลือก กรณีผู้สอบคัดเลือกที่ได้รับการบรรจุหรือระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อรอการบรรจุ หากพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ด้วยเหตุใดก็ตามภายในระยะเวลา 2 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันประกาศ ผลสอบคัดเลือก ให้เรียกตัวบุคคลผู้ถูกขึ้นบัญชีสำรองเข้าปฏิบัติงานทดแทนได้ แต่ถ้ามีการสอบคัดเลือกประเภท และตำแหน่งเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบได้ใหม่แล้ว การขึ้นบัญชีสำรองนี้เป็นอันยกเลิก

ตำแหน่ง วิศวกร 6

อัตราเงินเดือน
16,830 บาท

จำนวน
1 อัตรา

สังกัด
ศูนย์โครงการปรับปรุงทาง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

1. ช่วยจัดทำงบประมาณและแผนการจ่ายเงินโครงการต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

2. ประสานงานและร่วมปฏิบัติงานกับบริษัทที่ปรึกษาในการสำรวจออกแบบรายละเอียด

จัดการประกวดราคาและควบคุมงานก่อสร้าง

3. ควบคุมการก่อสร้างของโครงการให้ถูกต้องตามแบบรายละเอียดการก่อสร้างโครงการ

4. ตรวจสอบปริมาณงาน วัสดุก่อสร้าง การเบิกจ่ายวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการ

5. รวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวกับงานโครงการก่อสร้างและช่วยวางแผนปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม

6. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่โครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

เพื่อให้งานก่อสร้างดำเนินไปได้ตามแผน

7. ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานก่อสร้างและรวบรวมเสนอ

ผู้บังคับบัญชา

8. ร่วมจัดทำและขึ้นทะเบียนสินทรัพย์โครงการ ตลอดจนการส่งมอบงานที่แล้วเสร็จ และ การตรวจสอบดำเนินการในระยะประกันผลงาน

9. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ไม่จำกัดเพศ หากเป็นเพศชายจะต้องเป็นผู้ที่พ้นภาระการรับราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 (แบบ สด. 43 หรือ แบบ สด. 4 หรือ แบบ สด. 3)

2. ได้รับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัญฑิต (วศ.บ.) สาขาวิชาทางวิศวกรรมโยธา

3. ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร ประเภทภาคีวิศวกร โดยใบอนุญาตดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตและไม่หมดอายุ ก่อนวันปิดรับสมัคร

การได้ยินเสียงเป็นปกติทั้งสองข้าง 4. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สายตาดี มองเห็นสีได้สมบูรณ์ (ตาไม่บอดสี) และ

5. สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office ได้ดี

6. มีทักษะในการอ่าน พูด เขียน ฟังภาษาอังกฤษได้ดี

7. มีขีดความสามารถ (Competency) เป็นไปตามที่การรถไฟฯ กำหนด

หลักสูตรการสอบภาคข้อเขียน

การสอบภาคข้อเขียน คะแนนเต็ม 200 คะแนน

1. วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง

ดังนี้

– วิศวกรรมจราจรและขนส่งและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

– วิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก/คอนกรีต

– วิศวกรรมปฐพี/ปฐพีกลศาสตร์/วิศวกรรมฐานราก

– วิศวกรรมสำรวจ

– การบริหารงานก่อสร้าง

– ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง

– การประมาณราคางานก่อสร้าง

– กฎหมายในงานก่อสร้างเบื้องต้น

– วิศวกรรมวัสดุในงานก่อสร้าง

– จรรยาบรรณวิศวกร

2. วิชาความรู้ทั่วไป และ พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้

– ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

– พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494

– ความถนัดทางเชาว์ปัญญา (Aptitude Test)

– ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ

– พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543

ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6

อัตราเงินเดือน
16,830 บาท

สังกัด

จํานวน
1 อัตรา

งานประสานและติดตามผล กองประสานนโยบายและแผน ศูนย์นโยบายและวิจัยพัฒนา สำนักงานนโยบาย แผน วิจัยและพัฒนา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

1. ดำเนินการประสานงานด้านข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินผลการดำเนินงานของ รัฐวิสาหกิจ กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกของการรถไฟฯ เพื่อจัดทำรายงาน เบื้องต้น

2. ประสานงานเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เหมาะสม และเพียงพอสำหรับการจัดทำ กำกับ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงประเมินผลการดำเนินงาน ของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประเมินด้านกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผลการดำเนินงาน เป็นไปตามที่องค์กรคาดหวัง

3. ประสานงานในการจัดประชุมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หนังสือเชิญประชุม เอกสาร ประกอบการประชุม ช่องทางหรือสถานที่สำหรับการประชุม รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการประชุม และ จัดทำรายงานการประชุม

4. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ไม่จำกัดเพศ หากเป็นเพศชายจะต้องเป็นผู้ที่พ้นภาระการรับราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 (แบบ สด. 43 หรือ แบบ สด. 8 หรือ แบบ สต. 3)

2. ได้รับปริญญาตรี ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการเงิน สาขาวิชาสถิติ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบริหาร สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชา วิศวกรรมศาสตร์

3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ แผนงานระดับต่าง ๆ และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่น ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

4. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทิศทาง นโยบาย และเหตุการณ์ปัจจุบัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการ ดำเนินงานขององค์กร

5. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับบทบาท การกำกับดูแล และการประเมินผลการดำเนินงานของ รัฐวิสาหกิจและขององค์กร

6. มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการของ รัฐวิสาหกิจ

7. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ และ การเชื่อมโยงและถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์องค์กรสู่แผนแม่บท และแผนปฏิบัติการประจำปี

8. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการของรัฐวิสาหกิจ การบริหาร ความเสี่ยงและการควบคุมภายใน การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การบริหาร ทุนมนุษย์ การจัดการความรู้และนวัตกรรม

9. มีความสามารถในการคิดเชิงระบบ (System Thinking) คิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) คิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา (Problem Solving) เบื้องต้นเกี่ยวกับงานด้านนโยบายและแผน การบริหารความเสี่ยง และการติดตามและประเมินผล

10. มีความสามารถในการศึกษาและจัดการข้อมูล (Data Cleaning) วิเคราะห์ปัญหาเชิง ลึกได้ทั้งเชิงพรรณา เชิงทำนาย และเชิงแนะนำ รวมทั้งสามารถสรุปเหตุผลและเสนอแนะ

11. มีความสามารถในการใช้เครื่องมือด้านสถิติและคณิตศาสตร์ในการจัดการและ แสดงผลข้อมูล (Data Visualization)

12. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษา คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมประยุกต์สำหรับ สำนักงานอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

13. มีความสามารถในการติดต่อประสานงาน สื่อสารและนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้ เข้าใจง่าย (Data Storytelling) ผ่านการทำรายงานหรือ Presentation

14. มีความละเอียด รอบคอบ มีความใฝ่รู้และชอบแก้ไขปัญหา

15. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สายตาติ มองเห็นสีได้สมบูรณ์ (ตาไม่บอตสี) และ การได้ยินเสียงเป็นปกติทั้งสองข้าง

หลักสูตรการสอบภาคข้อเขียน

การสอบภาคข้อเขียน คะแนนเต็ม 200 คะแนน

1. วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง ดังนี้

– ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบริบทองค์กร เช่น พ.ร.บ. การขนส่งทางราง เป็นต้น

– ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และแผนงานระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินงานภายใต้บริบทขององค์กร เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิบัติการด้านคมนาคม แผนพัฒนา รัฐวิสาหกิจ และแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นต้น

ความรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายและยุทธศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

— ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการวิเคราะห์นโยบายและแผน เช่น การวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแนวโน้ม ทิศทาง และนโยบายกับสถานการณ์ปัจจุบันขององค์กร

– ความรู้เกี่ยวกับการติดตาม ประเมินผล และการประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและ การจัดการของรัฐวิสาหกิจ

– ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์และจัดทำแผนภาพรวมกระบวนการทำงาน แบบครบวงจร (SIPOC)

2. วิชาความรู้ทั่วไป และ พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง

– ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

– พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494

– ความถนัดทางเชาว์ปัญญา (Aptitude Test)

– ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ

– พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น