สมัครออนไลน์
- นายทหารสัญญาบัตร

ประกาศคณะกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพเรือ
เรื่อง
การรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพเรือ ประจำปี 2569
1. สาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร
บรรจุเป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร (แต่งตั้งยศเป็นว่าที่เรือตรี) จำนวน 2 อัตรา โดยมีคุณวุฒิปริญญาและสาขาวิชาที่กำหนด ดังนี้
1.1 สาขาวิศวกรรมโยธา (ชาย/หญิง) จํานวน 1 อัตรา
ไม่หมดอายุ นับถึง 31 ธ.ค.69) (มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมออกโดยสภาวิศวกร โดยใบอนุญาตฯ
1.2 สาขาเปรียญธรรม 9 ประโยค/ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา (ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ ต้องสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป และ
รับเฉพาะเพศชาย)
2. คุณสมบัติของผู้สมัครสอบ
2.1 มีคุณวุฒิในสาขาวิชาตรงตามที่ประกาศรับสมัคร ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องมีคุณวุฒิ/สาขาวิชาตรงตามตำแหน่งที่เปิดรับสมัครในข้อ 1 หากสาขาที่ระบุไว้ในปริญญาบัตรหรือใบระเบียนแสดงผลการศึกษา (TRANSCRIPT) ไม่ตรงตามสาขาที่ระบุไว้ในข้อ 1 จะต้องมีสาขาตรงตาม การเทียบคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. หรือทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ.
https://accreditation.ocsc.go.th/accreditation/search/curriculum
โดยต้องมีหลักฐานการรับรองจาก สำนักงาน ก.พ. ตามระบบการพิจารณาการรับรองคุณวุฒิระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-accredit) ว่าสาขาที่สำเร็จ การศึกษาเป็นสาขาเดียวกับที่กำหนดไว้ ตามข้อ 1 แนบพร้อมการสมัครเท่านั้น หากตรวจพบภายหลังว่า คุณวุฒิสาขาวิชาไม่ตรง และไม่มีหลักฐานการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. จะถูกตัดสิทธิการสอบหรือตัดสิทธิ การบรรจุเข้ารับราชการโดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ได้
2.2 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาคุณวุฒิ/สาขา ศาสนศาสตร์หรือพุทธศาสตร์ ต้องสอบได้ เปรียญรรรม 4 ประโยคขึ้นไป โดยต้องมีหลักฐานการสำเร็จการศึกษาและประกาศนียบัตรรับรองว่าสอบได้ เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป หากไม่มีหลักฐานเอกสารรับรองดังกล่าว จะถูกตัดสิทธิการสอบหรือตัดสิทธิ การบรรจุเข้ารับราชการ
2.3 เกณฑ์อายุ อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึง 1 ตุลาคม 2569
2.4 สัญชาติไทยโดยกำเนิด ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และบิดามารดามีสัญชาติไทย โดยกำเนิด ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้
2.5 เป็นผู้เลื่อมใส่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2.6 ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ (ผนวก ก) หรือไม่เป็นบุคคลพวกที่ 2 3 และ 4 ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พุทธศักราช 2497
2.7 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีงาม
2.8 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
2.9 ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออกจากราชการเพราะมีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมอง
2.10 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ
2.11 ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องโทษจำคุก ตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นความผิด
ฐานประมาท หรือลหุโทษ
2.172 ไม่เคยทุจริตในการสมัคร หรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหาร หรือกรณีอื่นใด
ของ ทร.มาก่อน
2.13 ไม่เป็นผู้ที่มีข้อผูกพันตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ดังนี้
2.13.1 ผู้ซึ่งต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ หรือผู้ที่ขอผ่อนผันการเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2569
2.13.2 ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับราชการเป็นทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่ต้องปลดประจำการเป็นทหารกองหนุน ประเภทที่ 1 ชั้นที่ 1 หลังวันที่ 1 สิงหาคม 2569
2.13.3 สำหรับผู้ที่รับราชการเป็นทหารกองประจำการสังกัด ทร. มีกำหนดปลด ประจำการใน 1 สิงหาคม 2569 และมีความประสงค์จะสมัครสอบ ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติ ประกอบการสมัคร โดยผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับ น.ท.ขึ้นไปรับรองว่าไม่มีความผิด ไม่อยู่ระหว่าง การพิจารณาคดีความ หรือเลื่อนปลดประจำการ หรือรับสมัครต่อ
2.14 มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง และขนาดของร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร เพศชายต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. รอบอกไม่น้อยกว่า 356 ซม. เพศหญิงต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
2.35 ไม่เป็นผู้ที่ตาบอดสี (ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่าตาบอดสีในภายหลังจะถูกตัดสิทธิ์)
2.16 ไม่อยู่ในสมณเพศ ซึ่งไม่มีสิทธิ์สอบแข่งขัน ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชา หรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือก อย่างคฤหัสถ์ พุทธศักราช 2564
2.17 ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์
2.18 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ หรือมีประวัติคดีอาญาในข้อหา เกี่ยวกับยาเสพติด
2.19 ข้าราชการที่สมัครสอบ จะต้องได้รับอนุญาตและรับรองความประพฤติจาก ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด
2.20 ทร.จะไม่รับโอนข้าราชการในกระทรวง ทบวง กรมอื่น หรือย้ายสังกัดนอก ทร. ภายใน กห. ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการนอกสังกัด ทร. หากได้รับการคัดเลือกจะต้องลาออกจากต้นสังกัดเดิมก่อน การบรรจุเข้ารับราชการ
2.23 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทำสัญญา การเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร กับ ทร.ตามระยะเวลาที่กำหนด หากลาออกในระหว่างที่รับราชการหรือรับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา จะต้องเสียค่าปรับให้แก่ทางราชการตามที่ทางราชการกำหนด
3. หลักฐานที่จะต้อง Upload ในระบบการสมัคร Online (รับรองสำเนาทุกแผ่น) และ หลักฐานที่ต้องใช้ในการรายงานตัวสอบสัมภาษณ์
ต้องแสดงฉบับจริงพร้อมรับรองสำเนาอย่างละ 1 ชุด
3.1 รูปถ่ายของผู้สมัคร (รูปสีหรือขาวดำ) หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตา ขนาด 4×6 ซม. ซึ่งถ่ายในคราวเดียวกัน ไม่เกิน 3 เดือน
3.2 ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดาของผู้สมัคร และหนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อชื่อสกุล ของผู้สมัคร บิดาและมารดาของผู้สมัคร (ถ้ามี)
3.3 ทะเบียนสมรส บิดาและมารดาของผู้สมัคร
3.4 สูติบัตรของผู้สมัคร
3.5 บัตรประจำตัวประชาชน และบัตรข้าราชการ (ถ้ามี) ของผู้สมัคร
3.6 ปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (TRANSCRIPT) หากเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทย (สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาคุณวุฒิ/สาขาศาสนศาสตร์หรือพุทธศาสตร์ต้องมีเอกสารรับรองว่าสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป เพิ่มเติมด้วย)
3.7 หลักฐานทางทหารสำหรับผู้สมัครเพศชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9)/ใบรับรอง ผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.43) ใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.4) และหลักฐานการได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ต้องไม่ขัดหลักเกณฑ์ตามข้อ 2.6 และ 2.13
3.8 หนังสืออนุญาตและรับรองความประพฤติในการให้สมัครสอบจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งออกโดยส่วนราชการระดับหน่วยขึ้นตรงของกรม หรือเทียบเท่าขึ้นไป กรณีเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ ซึ่งไม่ได้สังกัดกองทัพเรือ
3.9 หลักฐานในการขอคะแนนเพิ่มพิเศษตามข้อ 4.3 ประกอบด้วยหลักฐานทางทหาร ทะเบียนกองประจำการ (สด.3) และใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.8) และคุณวุฒิการศึกษาซึ่งสำเร็จการศึกษา ก่อนได้รับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ
4. ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับคะแนนเพิ่มและหลักฐานที่แสดงเพื่อขอรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษ
4.1 อาสาสมัครทหารพราน ทหารอาสา ทหารกองประจำการ พนักงานราชการและ บุตรข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ สังกัด ทร.จะได้รับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ เมื่อมีคุณสมบัติ ดังนี้
4.1.1 ผู้สมัครที่เป็นบุตรข้าราชการหรือบุตรลูกจ้างประจำสังกัด ทร. บิดาหรือมารดาของผู้สมัคร ยังคงรับราชการอยู่ใน ทร. จะต้องมีเวลาปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี หรือ บิดาหรือมารตาของผู้สมัครปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ปี แต่ปัจจุบันไม่ได้รับราชการใน ทร. ได้รับคะแนนเพิ่ม พิเศษร้อยละ 3 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
4.1.2 บิดาหรือมารดาของผู้สมัครที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัด ทร. ได้ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพในขณะที่ปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้าย หรือบาดเจ็บ เพราะเหตุ กระทำตามหน้าที่ ได้รับบำเหน็จบำนาญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จข้าราชการ หรือได้รับเงินค่าทำขวัญ
ตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยคนงาน หรือได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ หรือเหรียญกล้าหาญ ได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษร้อยละ 10 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
4.1.3 พนักงานราชการ อาสาสมัครทหารพราน และทหารอาสา สังกัด ทร. ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และยังปฏิบัติงานอยู่ และจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า 2.5 ได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ ร้อยละ 5 ของคะแนนรวมภาควิชาการ หรือขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ ตามที่ ทร. กำหนดในแต่ละปี
4.2 ผู้มีความสามารถทางการกีฬา โดยเป็นผู้ที่สมาคมหรือองค์การกีฬาระดับชาติ รับรอง ว่าเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย (ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 – 3) โดยมีหนังสือรับรองจากสมาคมหรือองค์การกีฬาระดับชาติฉบับจริงเท่านั้น จะได้รับคะแนน เพิ่มพิเศษร้อยละ 10 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
เพิ่มพิเศษ
4.3 ทหารกองประจำการและผู้สมัครที่เคยเป็นทหารกองประจำการมีสิทธิ์ได้รับคะแนน ดังนี้
4.3.1 ทหารกองเกินที่ร้องขอเข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยกรณีพิเศษ ผ่านระบบออนไลน์ (ทหารออนไลน์) ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 5 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
4.3.2 ทหารกองประจำการที่รับราชการครบ 2 ปี ได้รับคะแนนเพิ่มจากคะแนน
รวมภาควิชาการ ดังนี้
4.3.3 โดยที่ไม่มีสิทธิลดวันรับราชการ ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 2
4.3.4 โดยสละสิทธิลดวันรับราชการ 5 เดือน ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 4
4.3.5 โดยสละสิทธิลดวันรับราชการ 1 ปี ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 6
4.3.6 โดยสละสิทธิลตวันรับราชการ 1 ปี 5 เดือน ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 4
4.4 ทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการต่อ (เลื่อนปลด) ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 4 ต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
4.5 การรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษ ตามข้อ 4.1 และ ข้อ 4.2 จะให้เฉพาะกรณีที่ได้ คะแนนเพิ่มพิเศษมากที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ ให้สามารถนำมารวมกับกรณีที่ได้คะแนนเพิ่มพิเศษ ตามข้อ 4.3
4.6 การรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษ ให้สำหรับการสอบคัดเลือกเฉพาะกรณีการสอบแข่งขัน ในประเภทของการจัดหากำลังพลจากบุคคลพลเรือนเท่านั้น
4.7 หากผู้สมัครสอบมีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษแต่หลักฐานยังไม่พร้อมจะต้อง ทำหนังสือแสดงความจำนงขอรับคะแนนเพิ่ม “เอกสารประกอบการรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มในการสอบบุคคล พลเรือนในส่วนของกองทัพเรือประจำปี 2569″ ส่งถึง
“กองการกำลังพล สำนักบริหารกำลังพล กรมกำลังพลทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700” ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร (27 มิถุนายน 2569)
รวมทั้งจัดส่งหลักฐาน (ฉบับจริง/สำเนา) ถึงกรรมการสอบฯ ภายในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 หากไม่ส่งหลักฐานตามกำหนด (กรณีคณะกรรมการฯ ไม่ได้รับ เอกสารใด ๆ ภายในวันที่กำหนด) คณะกรรมการสอบฯ จะถือว่าผู้สมัครได้สละสิทธิ ในการขอรับสิทธิดังกล่าว
5. การรับสมัครสอบ
5.1 รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ทางเว็ปไซต์
https://rtnrecruitment.thaijobjob.com/ตั้งแต่วันที่
4 มิถุนายน 2519 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ
6. การเตรียมตัวของผู้สมัครและคำแนะนำที่ควรทราบ
6.1 ผู้สมัครต้องอ่านระเบียบการและวิธีปฏิบัติในการสมัครสอบตลอดจนคำชี้แจงต่าง ๆ ให้เข้าใจโดยตลอด ทั้งนี้ การดำเนินการของผู้สมัครสอบที่ไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด คณะกรรมการฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับสมัคร โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
โดยรับรองสำเนาและ Scan
6.2 เตรียมหลักฐานต่าง ๆ ในรูปแบบ ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้พร้อมที่จะ Upload ในการสมัครสอบ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็วในการสมัครของผู้สมัครเอง หากตรวจพบว่าเอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ ปลอมแปลงหรือเป็นเท็จ จะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการสอบ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
6.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์และขนาดของร่างกาย ต้องไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการบรรจุ เข้ารับราชการทหาร และมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ ในข้อ 2
6.4 บัตรประจำตัวสอบจะต้องเก็บรักษาให้ดีที่สุด และจะต้องนำมาแสดงต่อกรรมการ (ลงนามกำกับ) เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ทุกขั้นตอนของการสอบ หากชำรุด สูญหาย หรือไม่มีมาแสดง จะไม่อนุญาต ให้เข้าสอบ
6.5 การเข้าสอบและการติดต่อในสถานที่ราชการ จะต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย คือ ผู้หญิงสวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว ทรงสุภาพ (ต้องไม่เป็นผ้ายีนส์หรือผ้ายืด) สวมรองเท้าหุ้มส้น สำหรับผู้ชายสวมเสื้อคอปก กางเกงขายาว (ต้องไม่เป็นผ้ายีนส์หรือผ้ายืด) โดยสอดเสื้อไว้ในกางเกง และ สวมรองเท้าหุ้มส้น มิฉะนั้นคณะกรรมการอาจจะพิจารณาไม่ให้เข้าห้องสอบได้
6.6 ผู้ที่สอบได้จะได้รับการบรรจุในอัตราเงินเดือน ตามคุณวุฒิที่ประกาศรับสมัคร และ อาจได้รับการบรรจุในต่างจังหวัด และห้ามมิให้เรียกร้องสิทธิใด ๆ เกินกว่าที่ทางราชการกำหนด
6.7 รายชื่อ ตำรา และเอกสารอ้างอิง ที่ใช้ในการออกข้อสอบ (ผนวก จ)
7. การสอบคัดเลือก
7.1 การสอบรอบแรก เป็นการสอบภาควิชาการและภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) กำหนดเกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม (รวมทุกวิชา)
7.1.1 ภาควิชาการ
สอบในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 กำหนดพร้อม เวลา 08.30 น. ณ โรงเรียนพันจ่า กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทรมณฑล จังหวัดนครปฐม 9731970 (แผนที่ สังเขปตามผนวก ข) โดยมีวิชาที่สอบ ดังนี้
– เวลา 09.00 น. – 12.00 น. สอบ วิชาชีพตามคุณวุฒิ คะแนนเต็ม 300 คะแนน
– เวลา 13.00 น. – 14.00 น. สอบ วิชาภาษาไทย คะแนนเต็ม 100 คะแนน
(ผู้สมัครต้องสอบทุกคน)
เวลา 14.10 น. – 15.10 น. สอบ วิชาภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 100 คะแนน
(ผู้สมัครต้องสอบทุกคน)
7.1.2 ภาคปฏิบัติ
– ผู้สมัครสอบสาขาเปรียญธรรม 9 ประโยค/ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ ต้องทดสอบความรู้ความสามารถตามที่คณะกรรมการกำหนด ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ณ ห้องปฏิบัติธรรม ชั้น 3 กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม (แผนที่สังเขปตามผนวก ค)
โดยมีรายละเอียดดังนี้ 7.2 การสอบรอบที่สอง เป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งมีผลการสอบ “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” เท่านั้น
7.2.1 ให้มีสิทธิเข้าสอบเฉพาะผู้ที่ผ่านการสอบรอบแรกตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวนไม่เกิน 3 เท่าของตำแหน่งอัตราที่สมัครสอบ
7.2.2 การสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร (แผนที่สังเขปตามผนวก ง) โดยจะสัมภาษณ์ในหัวข้อ ดังนี้
– ทัศนคติ ความศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
– บุคลิก ลักษณะ ท่วงทีวาจา ปฏิภาณไหวพริบ และคุณลักษณะเหมาะสม
กับความเป็นทหาร
– แนวความคิดในการนำความรู้ที่สำเร็จการศึกษามาใช้ปฏิบัติงานในกองทัพเรือ
– ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์โลกและบ้านเมือง และกองทัพเรือ
7.3 ผู้สมัครสอบที่ได้รับการตัดสินผลสอบและได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง จะต้องเข้ารับ
การตรวจสุขภาพร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ที่โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ (บางนา) ถนนริมทางรถไฟสายเก่า แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง จำนวน 2,255 บาท (สองพันสองร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน) ตามที่โรงพยาบาล ทหารเรือกรุงเทพ (บางนา) กำหนด ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง ตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบสุขภาพจิตไม่ผ่าน (มีโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร หรือไม่ยินยอมและไม่สามารถ เข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายเพื่อบรรจุเข้ารับราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าผู้สมัครยินดีสละสิทธิ์ ในการบรรจุเข้ารับราชการใน ทร. โดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ จาก ทร.ได้) ผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นตัวสำรองจะมีสิทธิ์ เข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบสุขภาพจิต ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อบรรจุเข้ารับราชการตามลำจับ
7.4 สำหรับห้องสอบ และผังที่นั่งสอบในการสอบภาควิชาการ จะติดประกาศให้ทราบ ที่บริเวณหน้าห้องสอบในวันสอบ
0 ความคิดเห็น