สมัครออนไลน์
- นักวิชาการคลัง
- นักบัญชี
- เจ้าพนักงานการคลัง

ประกาศกรมบัญชีกลาง
เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป (ส่วนกลาง)
ในตำแหน่งนักวิชาการคลัง (ปริญญาตรี) นักบัญชี (ปริญญาตรี)
และเจ้าพนักงานการคลัง (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง)
1. รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่ง
1.1 ชื่อตำแหน่ง กลุ่มงาน และอัตราว่าง
ตำแหน่ง นักวิชาการคลัง (ปริญญาตรี) กลุ่มงาน บริหารทั่วไป อัตราว่าง 2
ตำแหน่ง นักบัญชี (ปริญญาตรี) กลุ่มงาน บริหารทั่วไป อัตราว่าง 4
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการคลัง (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง) กลุ่มงาน บริการ อัตราว่าง 16
1.2 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ตามเอกสารแนบท้ายประกาศ
1.3 สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1.4 ระยะเวลาการจ้าง
นับตั้งแต่วันที่จัดจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2571
2. คุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกสรร
2.1 คุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่
สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566 คือ
(4.1) โรคเท้าข้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(4.2) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(4.3) โรคพิษสุราเรื้อรัง
(4.4) โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง และเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
(5) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี จนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(3) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือใส่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(8) ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพศขาย ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับการยกเว้นจึงจะมีสิทธิ สมัครสอบคัดเลือกได้
หมายเหตุ
ผู้ที่ผ่านการเลือกสรร ในวันที่ทำสัญญาจ้างจะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น และจะต้องนำใบรับรองแพทย์ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ตรวจสุขภาพของผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2566 มายื่นด้วย
สำหรับพระภิกษุและสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบเพื่อเลือกสรร เป็นพนักงานราชการทั่วไป ทั้งนี้ ตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564
2.2 คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
(1) ตำแหน่งนักวิชาการคลัง (ปริญญาตรี) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่น ที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชา บริหารธุรกิจ ตามคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
(2) ตำแหน่งนักบัญชี (ปริญญาตรี) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางบัญชี ตามคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
(3) ตำแหน่งเจ้าพนักงานการคลัง (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง) เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรืออนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษา ตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาชาวิชา ตามคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
3. การสมัคร
3.1 ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ด ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอนดังนี้
(1) ให้ผู้สมัครเข้าไปที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง
https://www.cgd.go.th
“เลือกข่าวสมัครงาน เลือกระบบ รับสมัครสอบ ระบบรับสมัครสอบเพื่อบรรจุข้าราชการ/พนักงานราชการ” หรือ
https://cgd.thaijobjob.com
หัวข้อ “รับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป (ส่วนกลาง)”
(2) ให้กรอกข้อมูลในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอนของระบบที่กำหนด (ให้ตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม (ส่งใบสมัคร] เพราะเมื่อส่งใบสมัครแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก) โดยระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ
(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น
ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์ แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูล ในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
3.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัคร ตำแหน่งละ 430 บาท ประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จํานวน 400 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคาร จำนวน 30 บาท ทุกช่องทางการชำระเงิน
เมื่อสมัครสอบและชำระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว จะไม่จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
3.3 การชำระเงิน
สามารถชำระเงินได้ 3 ช่องทาง ดังนี้
(1) ชำระเงินผ่านทางเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย
ผู้สมัครสอบสามารถนำแบบฟอร์มการชำระเงิน ข้อ 3.1
4. เงื่อนไขการรับสมัคร
4.1 ผู้สมัครสอบต้องยินยอมให้กรมบัญชีกลางหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสรรหา เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้สำหรับการสมัครสอบและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยกรมบัญชีกลาง จะรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
4.2 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
4.3 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงกับหลายตำแหน่ง สามารถได้เพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น เมื่อสมัครแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งที่สมัครสอบทุกกรณี
4.4 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิ สมัครสอบในข้อ 2.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวัน ปิดรับสมัครสอบ คือ
วันที่ 4 กันยายน 2569
ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตร หรือประกาศนียบัตรอนุปริญญา หรือปริญญาบัตร ของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบ เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
4.5 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้อง ของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
4.6 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ รับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณี ที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบน้ามายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบของกรมบัญชีกลาง จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ ในกรณีผู้สมัครยื่นเอกสารปลอม กรมบัญชีกลางจะดำเนินการ ทางคดีอาญาต่อไปด้วย
กรณีเลขประจำตัวประชาชนที่ใช้ในการสมัครสอบไม่ตรงกับหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด และในกรณี ชื่อ – สกุล ของผู้สมัครสอบไม่ตรงกับข้อมูลหลักฐาน การแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ ผู้สมัครสอบต้องมีหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ไปยืนยัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ เข้าห้องสอบ
5. หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครต้องเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ด้วยวิธีการประเมินตามเอกสาร แนบท้ายประกาศนี้ กรมบัญชีกลางจะดำเนินการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ด้วยวิธีการสอบข้อเขียน และประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 2 ด้วยวิธีการสอบสัมภาษณ์
6. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) และกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมบัญชีกลางจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) พร้อมทั้ง กำหนดวัน เวลาสถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่เว็บไซต์ กรมบัญชีกลาง
https://www.cgd.go.th
“เลือกข่าวสมัครงาน เลือกระบบรับสมัครสอบ ระบบรับสมัครสอบ เพื่อบรรจุข้าราชการ/พนักงานราชการ” หรือ
https://cgd.thaijobjob.com
หัวข้อ “รับสมัครบุคคลเพื่อสรรหา และเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป (ส่วนกลาง)”
7. หลักฐานและอุปกรณ์ที่ต้องนำมาในวันประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) ดังนี้
7.1 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งบัตรดังกล่าว ต้องมี รูปถ่าย ชื่อ – สกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหนังสือเดินทาง (Passport) เป็นฉบับจริง และยังไม่หมดอายุ เพื่อใช้แสดงตนก่อนเข้าห้องสอบ ว่าเป็นคนเดียวกันกับผู้สมัครสอบ หากไม่มีบัตรหรือเอกสารข้างต้น ให้ใช้เอกสารรับรองรายการบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการกลาโหม หรือบัตรประจำตัวทหาร กองประจำการฉบับจริง หรือใบอนุญาตให้เข้าห้องสอบกรณีใช้บัตรแสดงตนผ่านแอปพลิเคชัน ThalD ไปแสดงแทน
7.2 ดินสอที่มีความเข้มเท่ากับ 2B หรือมากกว่า ปากกาหมึกสีน้ำเงิน และยางลบ
8. หลักฐานที่ต้องยื่นในวันประเมินสมรรถนะครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์) จะต้องนำมายื่นในวันสอบแข่งขัน เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) โดยให้เรียงเอกสารตามลำดับ ดังนี้
8.1 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งบัตรดังกล่าว ต้องมี รูปถ่าย ชื่อ – สกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหนังสือเดินทาง (Passport) เป็นฉบับจริงและยังไม่หมดอายุ เพื่อใช้แสดงตนก่อนเข้าห้องสอบ ว่าเป็นคนเดียวกันกับผู้สมัครสอบ หากไม่มีบัตรหรือเอกสารข้างต้น ให้ใช้เอกสารรับรองรายการบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการกลาโหม หรือบัตรประจำตัวทหาร กองประจำการฉบับจริง หรือใบอนุญาตให้เข้าห้องสอบกรณีใช้บัตรแสดงตนผ่านแอปพลิเคชัน ThalD ไปแสดงแทน
8.2 ใบแสดงการตรวจหลักฐานและเอกสาร
8.3 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน จำนวน 1 ฉบับ
8.4 สำเนาปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตรอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองว่าสำเร็จ การศึกษาจากสถานศึกษาและสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Record) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิ การศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครจำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร คือ
วันที่ 4 กันยายน 2569
ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐาน การศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครได้ ก็ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชา ที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวัน ปิดรับสมัครมายืนแทน
8.5 ในกรณี ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน ให้นำสำเนาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล เป็นต้น มาด้วย จำนวน 1 ฉบับ
8.6 สำเนาเอกสารทางทหาร เช่น หนังสือสำคัญ (แบบ สด. 8) และสมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หรือใบสำคัญ (แบบ สด. 8) สำหรับทหารกองเกิน และทหารกองหนุนประเภทที่ 2 หรือใบรับรองผลการตรวจเลือก ทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด. 43) จํานวน 1 ฉบับ
8.7 หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม เพื่อประกอบการสมัครสอบ
4.8 ใบแจ้งที่อยู่ โดยให้ระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน
อนึ่ง กรมบัญชีกลางมีกระบวนการตรวจสอบหลักฐานและเอกสารการสมัครสอบหากตรวจพบภายหลัง ว่าผู้สมัครสอบให้ข้อมูลใด ๆ เป็นเท็จซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้ตั้งแต่ต้น และจะตัดสิทธิจากการสอบ การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้หรือจากการจัดจ้าง เป็นพนักงานราชการทั่วไปทันทีโดยไม่อาจอ้างสิทธิหรือเรียกร้องสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น การปลอมแปลงเอกสาร เพื่อใช้ในการสมัครสอบเป็นความผิดทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ให้ผู้ที่จะเข้าสอบสัมภาษณ์เขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ระบุตำแหน่ง ที่สมัครสอบ และเลขประจำตัวสอบไว้ที่มุมบนด้านขวาของสำเนาเอกสารและหลักฐานทุกฉบับให้เรียบร้อย
9. เกณฑ์การตัดสิน
9.1 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์) จะต้องเป็นผู้สอบ ได้คะแนนในการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
9.2 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการเลือกสรร จะต้องเป็นผู้ได้คะแนนในการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
10. การประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร
กรมบัญชีกลางจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร โดยเรียงตามลำดับคะแนนที่สอบได้จากคะแนนสูงสุดลงมา ตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้ที่สอบได้คะแนนการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์) มากกว่า เป็นผู้อยู่ในลำดับสูงกว่า หากได้คะแนนการประเมินสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์) เท่ากันอีก ให้ผู้มีเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
สำหรับบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร ให้เป็นอันยกเลิกหรือสิ้นผลไปเมื่อเลือกสรรครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันขึ้นบัญชี หรือนับแต่วันประกาศรับสมัครในตำแหน่งที่มีลักษณะงานเดียวกันนี้ใหม่ แล้วแต่กรณี
11. การจัดทำสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรร
11.1 การจัดจ้างจะเป็นไปตามลำดับตามประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร หากผู้ผ่านการเลือกสรร ถึงลำดับที่จะจัดจ้างแต่ไม่ประสงค์จะเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ว่างดังกล่าว จะถือว่าสละสิทธิไม่เข้ารับ การจัดจ้าง
11.2 ผู้ที่จะเข้ารับการจัดจ้างจะต้องทำสัญญาจ้างตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ทั้งนี้ ในวันที่ทำสัญญาจ้าง จะต้องนำเอกสารระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Record) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษา ตรงตามประกาศรับสมัคร (ฉบับจริง) มายืนด้วย
11.3 ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเลือกสรรมากกว่าจำนวนตำแหน่งว่าง และภายหลังมีตำแหน่งว่าง ลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ซึ่งกรมบัญชีกลางพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถใช้บุคคลที่มีสมรรถนะ ในเรื่องเดียวกันได้ ก็อาจพิจารณาจัดจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรจากบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรที่ยังไม่หมดอายุ หรือประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเพิ่มเติม หรือจะดำเนินการเลือกสรรใหม่ก็ได้
กรมบัญชีกลางดำเนินการเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการเลือกสรร หรือมีพฤติกรรมในทำนองเดียวกันนี้ โปรด อย่า ได้หลงเชื่อและแจ้งให้กรมบัญชีกลางทราบด้วย
เอกสารแนบท้ายประกาศกรมบัญชีกลาง ลงวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569






0 ความคิดเห็น