สมัครออนไลน์
- พนักงานบริการ
- พนักงานสนับสนุนการประชุม
- เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
- พนักงานขับยานพาหนะ
- นักวิชาการสนับสนุนงานวิชาการ

ประกาศสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการรัฐสภาทั่วไป
ประจำปี พ.ศ. 2569
1. ตำแหน่งและจำนวนที่รับสมัครเพื่อเลือกสรร และค่าจ้างที่จะได้รับ
1.1 ตำแหน่งและจำนวนที่รับสมัคร จำนวน 5 ตำแหน่ง 7 อัตรา ประกอบด้วย
กลุ่มงานบริการ
1) พนักงานบริการ จำนวน 1 อัตรา
2) พนักงานสนับสนุนการประชุม จำนวน 1 อัตรา
กลุ่มงานเทคนิค
1) เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา จำนวน 3 อัตรา
(2) พนักงานขับยานพาหนะ จํานวน 1 อัตรา
กลุ่มงานบริหารทั่วไป
– นักวิชาการสนับสนุนงานวิชาการ จำนวน 1 อัตรา
1.2 อัตราค่าจ้างที่จะได้รับ
1) กลุ่มงานบริการ
วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)
หรือประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)
– วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ
อัตราค่าจ้าง 10,430 บาท
2) กลุ่มงานเทคนิค
วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ
อัตราค่าจ้าง 11,280 บาท
– วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
อัตราค่าจ้าง 13,800 บาท
อัตราค่าจ้าง 11,280 บาท
3) กลุ่มงานบริหารทั่วไป
– วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี
อัตราค่าจ้าง 18,000 บาท
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการรัฐสภาทั่วไป
3.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นบุคคลล้มละลาย
(2) เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
(3) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่
ในพรรคการเมือง
(4) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(5) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(6) เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้าสอบ เพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการรัฐสภาทั่วไปได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564
ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการเลือกสรรในวันที่ทำสัญญาจ้าง จะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาหรือส่วนราชการอื่น พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น
3.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
– ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
4. การรับสมัคร และการชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร
ผู้ประสงค์จะสมัครสามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม -วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ
โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1
กรอกใบสมัครออนไลน์และพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม – วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569
1) เข้าเว็บไซต์
www.senate.go.th
หรือที่
https://senate.thaijobjob.com
“ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการรัฐสภาทั่วไป”
2) กรอกข้อความในใบสมัครออนไลน์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอน ที่กำหนด ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ
3) อัพโหลดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว โดยถ่ายภาพไม่เกิน 6 เดือน (นับถึงวันที่ปิดรับสมัคร คือวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569) จะต้องเป็นไฟล์นามสกุล JPG เท่านั้น ขนาดไฟล์ 40 – 100 กิโลไบต์ (Kb) สำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาประกาศนียบัตร และสำเนา ระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ผ่านระบบรับสมัครออนไลน์
กรณีที่ผู้สมัครสอบไม่ได้ อัปโหลด (Upload) รูปถ่าย สำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาประกาศนียบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผล การศึกษา จะไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้
4) ให้ผู้สมัครเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษ A4 หรือหากไม่มี เครื่องพิมพ์ในขณะนั้นให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ลงในสื่อบันทึกข้อมูลเพื่อพิมพ์ในภายหลัง
ผู้สมัครสามารถค้นหาแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยไปที่เว็บไซต์
https://senate.thaijobjob.com
หัวข้อ “พิมพ์ใบชำระเงิน” แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในใบสมัครสอบ ที่สมบูรณ์แล้วได้
ขั้นตอนที่ 2
ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม -วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569
ผู้สมัครสามารถชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบได้ 4 ช่องทาง ดังนี้
(1) การชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
น้ำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร โดยจะต้องชำระเงินภายในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในหลักฐานการชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ให้รีบติดต่อ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่ชำระเงินภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ชำระเงินแล้ว
(2) การชำระเงินผ่านเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ ATM ของธนาคารกรุงไทย
จํากัด (มหาชน)
ผู้สมัครที่มีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้นำแบบฟอร์ม การชำระเงิน (ใบแจ้งการชำระเงินในระบบ Teller Payment) ไปทำรายการชำระเงินผ่านเครื่องรับจ่ายเงิน อัตโนมัติ ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยเลือกประเภทบริการ “ชำระค่าบริการ” เลือก “ระบุรหัสบริษัท” กรอกรหัสหน่วยงาน “93051” โดยจะต้องชำระเงินภายในเวลา 22.00 นาฬิกา ของวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย
(3) การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ของธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน)
– ผู้สมัครซึ่งมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้ ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการ Krungthai NEXT แล้ว สามารถเลือกชำระเงินผ่านทางระบบแอปพลิเคชั่น และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ โดยจะต้องชำระเงินภายในเวลา 22.00 นาฬิกา ของวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 และให้พิมพ์หน้ายืนยันการชำระเงินจากแอปพลิเคชั่นเก็บไว้ เป็นหลักฐานด้วย
(4) การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าดัง” ตามวัน เวลา ที่กำหนด ในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว สามารถนำรหัส QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะต้องชำระเงินภายใน เวลา 22.00 นาฬิกา ของวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย
โดยผู้สมัครต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัคร ดังนี้
กลุ่มงานบริการและเทคนิค
ตำแหน่งละ 300 บาท
– กลุ่มงานบริหารทั่วไป
ตำแหน่งละ 400 บาท
รวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต ตำแหน่งละ 30 บาท นอกจากค่าธรรมเนียมสอบแล้ว ผู้สมัครต้องชำระค่าธรรมเนียมธนาคาร
ทั้งนี้ การรับสมัครจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครเรียบร้อยแล้ว และเมื่อสมัครและชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครแล้ว จะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมโนการสมัคร ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
ขั้นตอนที่ 3
ตรวจสอบสถานะการชำระเงิน หลังจากชำระเงินแล้ว
หลังจากที่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครแล้ว ผู้สมัครจะได้รับเลขประจำตัวสอบ ตามลำดับของการชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัคร ผู้สมัครสามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงิน ได้ที่เว็บไซต์
https://senate.thaijobjob.com
หัวข้อ “ตรวจสอบสถานะการชำระเงิน”
ขั้นตอนที่ 4
พิมพ์ใบสมัคร และบัตรประจำตัวสอบ (สำหรับผู้สมัคร)
ผู้สมัครสามารถพิมพ์ใบสมัคร และบัตรประจำตัวสอบ (สำหรับผู้สมัคร) ได้ที่เว็บไซต์
https://senate.thaijobjob.com
หัวข้อ “พิมพ์ใบสมัคร (ชำระเงินแล้ว)” ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังจากที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินและระเบียบ เกี่ยวกับการสอบ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการรับสมัคร สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 0 2257 7159 กด 3 ในวันและเวลาราชการ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณวุฒิการศึกษา ติดต่อได้ที่กลุ่มงานบริหารงานบุคคล สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โทรศัพท์หมายเลข 0 2831 9362 ในวันและเวลาราชการ
5. เอกสารการสมัครและหลักฐานการแสดงตน
5.1 เอกสารการสมัคร
ภายหลังที่ได้ดำเนินการตามข้อ 4 แล้ว ผู้สมัครต้องนำใบสมัคร พร้อมหลักฐาน และเอกสารการสมัคร มายื่นในวันประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) (สอบสัมภาษณ์) ดังนี้
1) บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) หรือบัตร หรือหลักฐานอื่นใด ที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ ที่มีรูปถ่าย ลายมือชื่อของผู้ออกบัตร และมีเลขประจำตัว ประชาชน 13 หลักของผู้ถือบัตรระบุชัดเจน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นต้น หรือหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงาน ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถใช้ได้ ทั้ง 2 แอปพลิเคชัน คือ
– แอปพลิเคชัน ThaiD (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)
แอปพลิเคชัน DLT ORLICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์)
2) ใบสมัคร ที่พิมพ์จากเว็บไซต์
https://senate.thaijobjob.com
โดยมีรูปถ่าย ที่อัปโหลด (Upload) ปรากฏบนใบสมัครสอบและบัตรประจำตัวสอบ และลงลายมือชื่อผู้สมัครให้ตรงกัน ทั้งในใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบให้ครบถ้วน
กรณีที่รูปถ่ายไม่เป็นไปตามกำหนด กรรมการหรือเจ้าหน้าที่คุมสอบอาจไม่อนุญาต ให้เข้าสอบ โดยถือเป็นความบกพร่องของผู้สมัครสอบและจะอ้างว่าระบบรับสมัครได้ทำการอัปโหลด (Upload) รูปถ่ายไว้แล้วไม่ได้
3) สำเนาคุณวุฒิการศึกษา ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่ง ที่สมัครตามประกาศรับสมัคร ประกอบด้วย
(1) สำเนาประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือสำเนาประกาศนียบัตร มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) จำนวน 1 ฉบับ
(2) สำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือสำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
หรือสำเนาปริญญาบัตร จำนวน 1 ฉบับ
(3) สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) จำนวน 1 ฉบับ
ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง หรือ ปริญญาบัตรของสถาบันการศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษานั้นเป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับ อนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569
ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นในวันประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) (สอบสัมภาษณ์) ได้ ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษา ออกให้โดยได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติสำเร็จการศึกษา มีการระบุวันที่สำเร็จการศึกษา และสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา ที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัครตามประกาศรับสมัคร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในวันปิด รับสมัคร คือ วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 มายื่นแทน และกรณีที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษา ในประเทศและต่างประเทศ ต้องเป็นสถาบันการศึกษาและสาขาวิชาที่ ก.พ. รับรอง
4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
4) ใบรับรองแพทย์ (ฉบับจริง) ที่มีตราประทับของสถานพยาบาล (โรงพยาบาลของ รัฐหรือโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิก) โดยออกให้ไม่เกิน 5 เดือน จำนวน 1 ฉบับ ซึ่งแสดงว่าผู้สมัคร มีสุขภาพแข็งแรงสามารถปฏิบัติงานได้ และไม่เป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ร. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2554 ได้แก่
(1) วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ
(2) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(3) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(4) โรคพิษสุราเรื้อรัง
(5) โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
(6) สำเนาหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ในกรณีชื่อ – สกุล ไม่ตรงกับหลักฐานการสมัคร) เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี) จำนวน 1 ฉบับ
ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องชัดเจน ผู้สมัครจะต้องเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” พร้อมลงลายมือชื่อ วันเดือนปี และระบุเลขประจำตัวสอบ กำกับไว้มุมบนด้านขวาของสำเนาเอกสาร
5.2 หลักฐานที่ต้องแสดงในวันประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) และประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) ดังนี้
1) บัตรประจำตัวสอบ ซึ่งพิมพ์จากทางเว็บไซต์
http://senate.thaijobjob.com
ที่มีการอัปโหลด (upload) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 101.5 นิ้ว (นับถึงวันที่ปิดรับสมัคร คือ วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569) ประเภทของไฟล์เป็น JPG ความละเอียด ประมาณ 40 100 KB ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
2) บัตรแสดงคน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนและยังไม่หมดอายุ ไม่อนุญาตให้ใช้สำเนาเพื่อแสดงตนในการเข้าสอบ หากไม่มีบัตรหรือหนังสือดังกล่าว ให้ใช้เอกสารรับรองรายการบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือใบอนุญาตให้เข้าห้องสอบ กรณีใช้บัตรแสดงตนผ่านแอปพลิเคชั่น ThaiD หรือ แอปพลิเคชัน DLT OR LICENCE ไปแสดงแทน
หากไม่มีบัตรใดบัตรหนึ่งดังกล่าวแสดงตนในการเข้าสอบ กรรมการหรือเจ้าหน้าที่คุมสอบ จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ
6. เงื่อนไขในการสมัคร
6.1 ผู้สมัครสามารถสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น และเมื่อสมัครแล้ว จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งที่สมัครไม่ได้
6.2 การสมัครตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรอง ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13พป
6.3 ผู้สมัครจะต้องรับผิดขอบการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป ไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการสรรหาและเลือกสรร ตรงตามประกาศรับสมัคร และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเนื่องมาจากผู้สมัครหรือตรวจพบว่าเอกสารหรือหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครนำมายื่นไม่ตรงตามคุณวุฒิหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครให้ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น โดยไม่สามารถเรียกคืนค่าธรรมเนียมสอบ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
7. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินและระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมถูกต้องแล้ว กำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมิน และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 ทางเว็บไซต์
www.senate.go.th
หรือที่
https://senate.thaijobjob.com
ทั้งนี้ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสม
8. หลักเกณฑ์วิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ ดังนี้
8.1 การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) – โดยวิธีการทดสอบข้อเขียนและ/หรือทดสอบปฏิบัติ
8.2 การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2)
– โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จะดำเนินการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) โดยวิธีการสอบข้อเขียน และ/หรือทดสอบปฏิบัติก่อน และเมื่อผ่านเกณฑ์ การประเมินฯ (ครั้งที่ 1) จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) โดยวิธีการสัมภาษณ์ต่อไป
9. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการเลือกสรร จะต้องได้คะแนนในการสอบ ดังนี้
9.1 การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ผู้ผ่านการเลือกสรรจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยวิธีการทดสอบข้อเขียน และ/หรือทดสอบปฏิบัติ
9.2 การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ผู้ผ่านการเลือกสรรจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์
ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องผ่านการการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 1) ก่อน แล้วจึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) (สอบสัมภาษณ์)
10. ประกาศรายชื่อและการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร
10.1 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะประกาศบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร โดยเรียงตามลำดับ คะแนนรวมของผู้ผ่านการเลือกสรรที่ได้คะแนนรวมจากมากไปน้อย ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันให้ผู้ที่ได้คะแนน การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) มากกว่าอยู่ในลำดับที่ดีกว่า แต่ถ้าคะแนนการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ (ครั้งที่ 2) ยังเท่ากันอีกให้เรียงลำดับ ตามเลขประจำตัวสอบจากน้อยไปมาก
10.2 การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรจะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับแต่ วันประกาศขึ้นบัญชี แต่หากมีการเลือกสรรอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรใหม่แล้ว บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรครั้งนี้เป็นอันยกเลิก
11. การจัดทำสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรร
11.1 ผู้ผ่านการเลือกสรร จะได้รับการจัดทำสัญญาจ้างตามลำดับทีในบัญชี ผู้ผ่านการเลือกสรร โดยจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากำหนด และหากไม่มา รายงานตัวตามวัน เวลาที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ์ในบัญชีทีเลือกสรรได้ ทั้งนี้ ผู้ผ่านการเลือกสรรที่มีวุฒิการศึกษาสูงกว่าตามที่ประกาศฉบับนี้กำหนดไว้จะนำมาใช้เพื่อเรียกร้อง สิทธิใด ๆ เพื่อประโยชน์ของตนเองไม่ได้ และในวันทำสัญญาจ้างจะต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้าง ของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้าง ของราชการส่วนท้องถิ่น
11.2 ระยะเวลาการจ้างนับแต่วันที่มีการลงนามในสัญญาจ้างถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้น ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการรัฐสภา อาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหนังสือคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ที่ 76/2560 (ว 22) ลงวันที 19 กันยายน 2560 เรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการรัฐสภา
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการเลือกสรรบุคคลด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการเลือกสรรหรือมีพฤติกรรม ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบด้วย
หน่วยที่ 1 ตำแหน่งพนักงานบริการ
กลุ่มงาน
บริการ
ลักษณะงาน/หน้าที่ความรับผิดชอบ
1. อำนวยความสะดวก และให้บริการเครื่องดื่ม – อาหารว่าง แก่สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ
ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงงานรัฐสภา ดังนี้
การประชุมวุฒิสภา
– การประชุมคณะกรรมาธิการ
– การประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ
– การฝึกอบรม และสัมมนา
การให้การรับรองแขกทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
กิจกรรมอื่น ๆ ที่สำนักงานจัดขึ้นทั้งภายนอกและภายในสถานที่
– ทำความสะอาดห้องประชุมก่อนและหลังการประชุม
– ทำความสะอาด และจัดเก็บภาชนะที่ใช้ในการบริการเครื่องดื่ม และอาหารว่าง
2. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
อัตราว่าง
1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
เดือนละ 10.430 บาท
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาการจ้าง
ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 (มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้นผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของพนักงานราชการรัฐสภาอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ข้าราชการรัฐสภากำหนด)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)
ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครในอัตรา 300 บาท
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครต้องได้รับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ประเมิน ตามที่กำหนดดังนี้

หน่วยที่ 2 ตำแหน่งพนักงานสนับสนุนการประชุม
กลุ่มงาน
บริการ
ลักษณะงาน/หน้าที่ความรับผิดชอบ
1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านธุรการทั่วไปของคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ
2. ดำเนินการจัดทำหนังสือนัดประชุมของคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ
3. ดำเนินการติดต่อประสานกับคณะกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการและเลขานุการ รวมทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และประชาชน เพื่อเข้าร่วม ประชุม และชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการ
4. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
5. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
อัตราว่าง
1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
เดือนละ 11,280 บาท
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาการจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 (มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้นผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผล การปฏิบัติงานของพนักงานราชการรัฐสภาอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภากำหนด)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครในอัตรา 300 บาท

หน่วยที่ 3 ตำแหน่งเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
กลุ่มงาน
เทคนิค
ลักษณะงาน/หน้าที่ความรับผิดชอบ
1. ติดตั้ง ควบคุม ซ่อมแซม ไมโครโฟน ชุดประชุมของคณะกรรมาธิการและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
2. ติดตั้ง ควบคุม เครื่องฉายภาพ แอลซีดีประจำห้องประชุมคณะกรรมาธิการ
3. ควบคุมระบบภาพและเสียงในห้องประชุมจันทราทุกครั้งที่มีการประชุม
4. ควบคุมเครื่องขยายเสียงทั้งภายในและภายนอกห้องประชุม
5. ควบคุมระบบตัดต่อคลิปอภิปราย พร้อมอัพโหลดขึ้นบนยูทูป
6. สนับสนุนงานด้านโสตทัศนูปกรณ์ในการอบรมสัมมนาในภารกิจของวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ คณะกรรมการ และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ฯลฯ
7. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
อัตราว่าง
3 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
เดือนละ 13,800 บาท
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาการจ้าง
ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 (มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้นผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของพนักงานราชการรัฐสภาอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการ รัฐสภากำหนด)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาหรือทางด้านโสตทัศนศึกษา นิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีการศึกษา เทคโนโลยีโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ดิจิทัลกราฟิก คอมพิวเตอร์กราฟิก การถ่ายภาพและมัลติมีเดีย ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครในอัตรา 300 บาท
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครต้องได้รับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น ดังนี้

หน่วยที่ 4 ตำแหน่งพนักงานขับยานพาหนะ
กลุ่มงาน
เทคนิค
ลักษณะงาน/หน้าที่ความรับผิดชอบ
1) มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจขับพาหนะอำนวยความสะดวกกิจกรรมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ/สมาชิกวุฒิสภา
2) มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจขับพาหนะอำนวยความสะดวกกิจกรรมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา
3) มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจขับพาหนะอำนวยความสะดวกกิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานจ้างเหมาเสริมงานด้านนิติบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
4) มีหน้าที่ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
อัตราว่าง
3 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
เดือนละ 11,280 บาท
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาการจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 (มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้นผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของพนักงานราชการรัฐสภาอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการ รัฐสภากำหนด)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
และ
– เป็นเพศชาย และต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือเป็นบุคคลที่ผ่านการเรียน รด.ชั้นปีที่ 3 มาแล้ว
– ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในงานที่จะปฏิบัติไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีเอกสารรับรอง
มีใบอนุญาตขับรถประเภทชนิดที่ 2 ที่ยังไม่หมดอายุการใช้งานซึ่งออกโดยทางราชการ
– ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาถึงจำคุก หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดี หรือ ถูกพิพากษาให้เป็นบุคคล ล้มละลายมาก่อน เว้นแต่คดีที่ได้กระทำโดยประมาทหรือในความผิดลหุโทษ
– มีความประพฤติเรียบร้อยพร้อมทั้งมีบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ ไม่เป็นโรคต้องห้ามหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน และไม่ติด สารเสพติดทุกประเภท (มีใบรับรองแพทย์)
– รู้จักเส้นทางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเป็นอย่างดี
– มีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ และการขนส่งเป็นอย่างดี
– มีความรู้พื้นฐานด้านเครื่องยนต์ การบำรุงรักษา และสามารถขับรถโดยสารได้เป็นอย่างดี ตรวจสอบ ระบบต่าง ๆ ของรถโดยสารให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
– ยินยอมปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ ระเบียบของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และคำสั่งของผู้ควบคุมรถ ของสำนักการคลังและงบประมาณ
ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครในอัตรา 300 บาท
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครต้องได้รับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น ดังนี้

หน่วยที่ 5 ตำแหน่งนักวิชาการสนับสนุนงานวิชาการ
กลุ่มงาน
บริหารทั่วไป
ลักษณะงาน/หน้าที่ความรับผิดชอบ
1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ
2. ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะทางด้านวิชาการ เพื่อประกอบ เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ
3. ดำเนินการให้คำปรึกษา แนะนำ และเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการของวุฒิสภาในการพิจารณาญัตติหรือเรื่องที่คณะกรรมาธิการดำเนินการศึกษาหรือสอบสวนในเรื่องต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญในการประชุม คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ
4. ดำเนินการจัดทำหนังสือนัดประชุม เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและมีหนังสือเรียกบุคคลหรือหน่วยงาน ให้จัดส่งเอกสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา ตลอดจนจัดทำบันทึกการประชุม และมติ ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการ
5. ดำเนินการติดต่อประสานกับคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการและเลขานุการ รวมทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และประชาชนเพื่อเข้าร่วมประชุม และชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ
6. ดำเนินการศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและข้อเสนอแนะในการจัดทำรายงานการพิจารณา ญัตติหรือเรื่องที่คณะกรรมาธิการดำเนินการศึกษาหรือสอบสวนเพื่อนำเสนอวุฒิสภาพิจารณา
7. อำนวยการ บริหารจัดการ และดำเนินการศึกษา รวบรวม และประมวลเหตุผลประกอบมติ คณะกรรมาธิการเพื่อเป็นข้อมูลให้กรรมาธิการชี้แจงต่อวุฒิสภา
8. อำนวยการ บริหารจัดการ และดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ วิจัย เพื่อจัดทำแผน และโครงการในการจัดสัมมนาและจัดนิทรรศการของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งการเดินทางไปศึกษาดูงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
9. ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและกิจกรรมของคณะกรรมาธิการ เพื่อจัดทำและเผยแพร่ผลงาน ของคณะกรรมาธิการ
10. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
อัตราว่าง
1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
เดือนละ 18,000 บาท
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการรัฐสภา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาการจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 (มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 2 รอบ หากพนักงานราชการรัฐสภาผู้นั้นผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของพนักงานราชการรัฐสภาอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้อีก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการ รัฐสภากำหนด)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ปริญญาตรี ในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครในอัตรา 400 บาท
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร
ผู้สมัครต้องได้รับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น ดังนี้

0 ความคิดเห็น