สมัครออนไลน์
- นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
- นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
- นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
- นายช่างเขียนแบบปฏิบัติงาน
- เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน

ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
1.1 ตำแหน่งนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
จำนวน 4 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 18,150 – 19,970 บาท
1.2 ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
จํานวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 18,150 – 19,930 บาท
1.3 ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน
จํานวน 2 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 13,920 – 15,320 บาท
1.4 ตำแหน่งนายช่างเขียนแบบปฏิบัติงาน
จํานวน 2 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 13,920 – 15,320 บาท
1.5 ตำแหน่งเจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 13,920 – 15,320 บาท
ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนเป็นไปตามประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง ปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรอง ลงวันที่ 34 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงยุติธรรม
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป
และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
3.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้
ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามรายละเอียดแนบท้าย
ประกาศนี้
ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรองได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ.
https://accreditation.ocsc.go.th
คลิกหัวข้อ “การค้นหารับรองคุณวุฒิ”
3.3 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือสูงกว่า ตามคุณวุฒิ ของแต่ละตำแหน่งที่ระบุไว้ ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
ในกรณีผู้สมัครสอบยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถ ทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สูงกว่าระดับที่สมัครสอบให้ยื่นสำเนาปริญญาบัตรหรือหลักฐานการศึกษาที่ระบุ วันสำเร็จการศึกษาของระดับนั้นเพิ่มอีกหนึ่งฉบับด้วย
4. การรับสมัครสอบ
4.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถยื่นสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์
https://moj.thaijobjob.com
หรือ
www.moj.go.th
หัวข้อ “รับสมัครสอบ บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ”
การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และ ระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทางเว็บไซต์
https://moj.thaijobjob.com
หรือwww.moj.go.th หัวข้อ “รับสมัครสอบบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ”
หลักสูตรและวิธีการสอบ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยผู้สมัครสอบในตำแหน่งใดต้องเข้าสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งของตำแหน่งนั้นตามที่ได้ กำหนดไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้ วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพ อย่างอื่น เป็นต้น รวมถึงสมรรถนะหลัก และสมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้จะดําเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่งก่อนและเมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่งแล้ว และเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบฯ และเป็นผู้สอบผ่านเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสํานักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือสูงกว่าตามคุณวุฒิของแต่ละตําแหน่งที่ระบุไว้จึงจะมีสิทธิเข้าสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตําแหน่ง
ชื่อตำแหน่ง นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านงานยุติธรรม ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การคุ้มครองพยาน การช่วยเหลือผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา การจัดการความขัดแย้ง การส่งเสริมเผยแพร่ความรู้สิทธิ เสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างและอำนวยความยุติธรรมให้กับ ประชาชนและสังคม ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบและเงื่อนไขที่กำหนด
(2) ปฏิบัติงานทางด้านงานวิชาการยุติธรรม การพัฒนากฎหมาย การศึกษาวิจัย การทำความเห็น สรุปรายงานเสนอแนะ การจัดการฝึกอบรมและประชุมสัมมนาด้านงานวิชาการยุติธรรม และการประเมินผล บังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากร และระบบงานยุติธรรมให้เกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(3) รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับงานวิชาการยุติธรรม เพื่อใช้ประกอบการดำเนินงาน ทางการบริหารจัดการงานยุติธรรมได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
(4) ศึกษา วิเคราะห์ในการกำหนดหรือจัดทำแผนงาน งบประมาณ และโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานยุติธรรม เพื่อให้การบริหารราชการของส่วนราชการเกิดประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล และความต้องการของประชาชน
(5) ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุน ส่งเสริมและอำนวยความยุติธรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรม และการเข้าถึงความยุติธรรมแก่สังคมและประชาชน
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
(1) ดำเนินการให้บริการ สนับสนุน ส่งเสริม และอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้บริการแก่ประชาชน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
(2) ให้คำปรึกษาแนะนำ ขึ้นจง ตอบข้อซักถาม ประสานส่งต่อ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ งานยุติธรรม และทางกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการในการอำนวยความยุติธรรม และกระบวนการยุติธรรม แก่ประชาชน เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง
(3) รวบรวม จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น โดยจัดทำเป็นสถิติ รายงานหรือฐานข้อมูลเกี่ยวกับงานยุติธรรม เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ในการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์หรือมาตรการต่าง ๆ
(4) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ สื่อ เอกสารเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ และการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารและการพัฒนาระบบงาน ยุติธรรม
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
ปริญญาตรี ขึ้นไป 2. ผู้สมัครสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับ
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันตำแหน่งนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (ปรนัย) ดังนี้
1) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
4) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
5) ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
6) ความรู้เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
7) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
8) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการให้ความช่วยเหลือประชาชนของกระทรวงยุติธรรม ได้แก่ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จ้าเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 รวมถึงความรู้เกี่ยวกับงานยุติธรรมชุมชน และงานยุติธรรมจังหวัด
9) ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย แผนปฏิบัติราชการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ยุติธรรม ได้แก่ แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของกระทรวงยุติธรรม แผนปฏิบัติ ราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม พระราชบัญญัติพัฒนา การบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2549
10) ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ งบประมาณ และการพัฒนาระบบราชการ
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี การสอบสัมภาษณ์
การทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อผู้สมัครสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป
ชื่อตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการคอมพิวเตอร์ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ มอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ชุดคำสั่งระบบปฏิบัติการ ชุดคำสั่งสำเร็จรูป ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้งานเทคโนโลยีสารสนเทศดำเนินไป ใต้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน
(2) ประมวลผล และปรับปรุงแก้ไขแฟ้มข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลที่ได้ถูกต้อง แม่นยำ และทันสมัย
(3) ทดสอบคุณสมบัติด้านเทคนิคของระบบ เพื่อให้ระบบมีคุณสมบัติที่ถูกต้องตรงตาม ความต้องการและสภาพการใช้งานของหน่วยงาน
(4) เขียนชุดคำสั่งตามข้อกำหนดของระบบงานประยุกต์และระบบข้อมูลที่ได้วางแผนไว้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(5) เขียนชุดคำสั่ง ทดสอบความถูกต้องของคำสั่ง แก้ไขข้อผิดพลาดของคำสั่ง เพื่อให้ระบบปฏิบัติการทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ
(6) ช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของระบบงานประยุกต์และระบบข้อมูล ของหน่วยงานที่ไม่ซับซ้อน เพื่อพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของหน่วยงาน
(7) ช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ออกแบบและพัฒนาระบบงานประยุกต์เพื่อให้ได้ ระบบงานประยุกต์ที่ตรงตามคุณลักษณะและความต้องการของหน่วยงาน
(8) รวบรวมข้อมูลประกอบการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ ระบบเครือข่าย ระบบงานประยุกต์ และระบบสารสนเทศการจัดการระบบการทำงานเครื่อง การติดตั้งระบบเครื่อง เพื่อให้ได้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และตรงตามความต้องการใช้ของหน่วยงาน
(9) ช่วยตรวจสอบ สืบค้น และรวบรวมข้อมูลการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้าข่าย ไม่เหมาะสม ขัดต่อกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนด หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบ
(10) ช่วยตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการออกใบอนุญาต เพื่อให้ การออกใบอนุญาตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานงานทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
(1) ช่วยจัดทำคู่มือระบบและคู่มือผู้ใช้เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตนเอง อย่างมีประสิทธิภาพ
(2) ดำเนินการฝึกอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ สนับสนุนการใช้ระบบงานที่พัฒนาแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ใช้งาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านวิชาการคอมพิวเตอร์
(3) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ใช้เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขและใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใด สาขาวิชาหนึ่ง ทางคอมพิวเตอร์
ปริญญาตรี ขึ้นไป 2. ผู้สมัครสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับ
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (ปรนัย) ดังนี้
1) ความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบ ความมั่นคงปลอดภัยคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
2) ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล (Data Analytic) ครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการฐานข้อมูล การสำรวจ และจัดเตรียมสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล และ การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ประโยชน์ของการวิเคราะห์ การหาความสัมพันธ์ การจัด กลุ่ม การจำแนกประเภทข้อมูลต่างๆ การวิเคราะห์ข้อมูลรูปภาพ หลักการจัดเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล
3) ความรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม การประยุกต์ใช้คำสั่งสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล การใช้งานคำสั่งสำหรับการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
4) ความรู้เกี่ยวกับแผนภาพข้อมูล (Data Visualization) วัตถุประสงค์ความเหมาะสม ของแผนภาพที่ใช้กับข้อมูล เครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการ
5) ความรู้เกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) ครอบคลุมมาตรฐาน ข้อมูล ประเภทข้อมูล การบริหารจัดการข้อมูล วงจรชีวิตข้อมูล และเกณฑ์การประเมินข้อมูล
6) ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดีย
7) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
8) พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562
9) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
10) พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562
11) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาติจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี การสอบสัมภาษณ์
การทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อผู้สมัครสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป
ชื่อตำแหน่ง นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้นซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงานด้านช่างโยธา ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) สำรวจออกแบบ เขียนแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษาโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้ตรงตาม หลักวิชาช่างความต้องการของหน่วยงาน และงบประมาณที่ได้รับ
(2) ตรวจสอบ แก้ไข และกำหนดรายละเอียดของงานให้ตรงกับแบบรูปและรายการเพื่อให้ การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
(3) ถอดแบบ เพื่อสำรวจปริมาณวัสดุที่ใช้ตามหลักวิชาช่าง เพื่อประมาณราคาค่าก่อสร้าง
(4) ควบคุมงานก่อสร้าง งานปรับปรุง และซ่อมแซม หรือตรวจการจ้างตามที่ได้รับมอบหมาย พร้อมรายงานความก้าวหน้าของงาน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
(5) รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาวิเคราะห์วิจัยในงานด้านช่าง
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหา และฝึกอบรมเกี่ยวกับงานโยธาที่ตนมีความรับผิดชอบ แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่ สนใจได้รับทราบข้อมูลความรู้ต่างๆ และมีทักษะเหมาะสมแก่การปฏิบัติงาน
(2) ประสานงานในระดับกลุ่ม กับหน่วยงานราชการ เอกชนหรือประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานโยธา และแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ของหน่วยงานและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาการก่อสร้าง
2. ผู้สมัครสอบต้องผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (อัตนัย) ดังนี้
1) ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์โครงสร้างเบื้องต้น
2) ความรู้เกี่ยวกับการเขียนแบบวิศวกรรม การเขียนแบบวิศวกรรมด้วยคอมพิวเตอร์
3) ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและคำนวณโครงสร้างไม้และโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต
เสริมเหล็ก
4) ความรู้เกี่ยวกับการสำรวจเพื่อการก่อสร้าง การวิเคราะห์ และประมาณราคางาน ก่อสร้าง การวางแผน และควบคุมงานก่อสร้าง การบริหารงานโครงการก่อสร้าง
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี การสอบสัมภาษณ์ และนำเอกสารแสดงผลงานที่ผ่านมา หรือ Portfolio มาใช้เพื่อประกอบการสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
การทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อผู้สมัครสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป
ชื่อตำแหน่ง นายช่างเขียนแบบปฏิบัติงาน
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงานด้านช่างเขียนแบบ ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) สำรวจ ออกแบบ เขียนแบบงานสถาปัตยกรรม งานแผนที่ งานวิศวกรรมโครงสร้าง และงานระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนงานออกแบบของหน่วยงานต่าง ๆ
(2) ศึกษาข้อมูลของวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำมาใช้ในงานเขียนแบบให้เกิดความสมบูรณ์
(3) ประมาณราคางานก่อสร้างของหน่วยงานราชการ เพื่อใช้ในการเปิดสอบราคา และนำไปสู่ การก่อสร้างตามวัตถุประสงค์
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบแก่ผู้ร่วมงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติงาน และให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วง
(2) ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนทั่วไป เพื่อให้บริการและให้ความช่วยเหลือในงานที่รับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. ได้รับคุณวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาเขียนแบบ สาขาวิชา สถาปัตยกรรม หรือสาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาก่อสร้าง หรือสาขาวิชาโยธา
2. ผู้สมัครสอบต้องผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันตำแหน่งนายช่างเขียนแบบปฏิบัติงาน
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (อัตนัย) ดังนี้
1) การออกแบบ การประมาณราคา การเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม Auto Cad
2) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาคารและการเขียนแบบเบื้องต้น
3) การนำ BIM หรือ Building Information Modeling มาใช้ในการสร้างแบบจำลองของ อาคารการออกแบบ การเขียนแบบ การคำนวณโครงสร้างการประมาณราคา การจัดซื้อ รวมถึงการวางแผน งานระบบต่าง ๆ ของอาคาร
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี การสอบสัมภาษณ์ และนำเอกสารแสดงผลงานที่ผ่านมา หรือ Portfolio มาใช้เพื่อประกอบการสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
การทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อผู้สมัครสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป
ชื่อตำแหน่ง เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงานด้านเครื่องคอมพิวเตอร์ ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ควบคุม ดูแล ติดตั้ง บำรุงรักษา ซ่อมแซม ตรวจสอบการทำงาน แก้ไขปัญหาการใช้งาน ของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบเครือข่ายสื่อสาร รวมทั้งระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ระบบงานต่าง ๆ สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภพ
(2) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล ปรับปรุง ดูแล รักษาความปลอดภัย จัดเก็บ สำรอง กู้คืนข้อมูล เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ข้อมูล และป้องกันการสูญหายของข้อมูล
บำรุงรักษา (3) จัดทำทะเบียน รวบรวม และเก็บข้อมูลทางสถิติของการใช้งาน เพื่อการวางแผน
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหา แก้ไขปัญหา ให้แก่ผู้ใช้งานและผู้รับบริการ ทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
(2) ประสาน แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อประกอบการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. ได้รับคุณวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หรือทางคอมพิวเตอร์ หรือทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
2. ผู้สมัครสอบต้องผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันตำแหน่งเจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (ปรนัย) ดังนี้
1) ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เช่น Hardware, Software และ Internet เป็นต้น
อุปกรณ์ต่อพ่วง 2) ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบแก้ไข บำรุงรักษาและซ่อมแซมปัญหาคอมพิวเตอร์ และ
2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี การสอบสัมภาษณ์ (ทดสอบปฏิบัติเพื่อใช้ประกอบการสัมภาษณ์)
การทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อผู้สมัครสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป
0 ความคิดเห็น