สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดสอบพนักงานราชการ 8 อัตรา วุฒิ ป.ตรี ทุกสาขา รับสมัครระหว่าง 15-31 ก.ค. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 562 ครั้ง

🏷️ ประเภท : พนักงานราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
8 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
21,780 บาท *มีค่าตอบแทนพิเศษอีก 7,000 ต่อเดือน
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี ทุกสาขา
👥 เพศ
ชาย/หญิง
👤 อายุ
ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
15-31 ก.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. พนักงานวิชาการสิทธิมนุษยชน

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดสอบพนักงานราชการ รับสมัครตั้งแต่ 15-31 ก.ค. 2569

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป

1. ชื่อตำแหน่ง กลุ่มงาน ลักษณะงานที่ปฏิบัติ และรายละเอียดการจ้าง

1.1 ตำแหน่งพนักงานวิชาการสิทธิมนุษยชน กลุ่มงานบริหารทั่วไป รวมจำนวน 8 อัตรา

1) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ส่วนกลาง) จำนวน 7 อัตรา

2) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จำนวน 1 อัตรา

พื้นที่ภาคเหนือ

1.2 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

1) ด้านการปฏิบัติการ

(1) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(2) ปฏิบัติงานด้านวิชาการสิทธิมนุษยชน การศึกษาวิจัยและการพัฒนา ระบบงานด้านสิทธิมนุษยชน การทำความเห็น สรุปรายงานเสนอแนะ การจัดการฝึกอบรมและประชุมสัมมนา ด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากร และระบบงานให้เกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์ และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(3) รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับงานสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ประกอบ การดำเนินงานทางการบริหารจัดการงานสิทธิมนุษยชนได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

(4) ศึกษา วิเคราะห์ในการกำหนดหรือจัดทำแผนงาน งบประมาณ และโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกิดประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อนโยบายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และความต้องการของประชาชน

(5) ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุน การส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

2) ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินงานการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3) ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4) ด้านการบริการ

(1) ดำเนินการให้บริการ สนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองงานสิทธิมนุษยชน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

(2) ให้คำปรึกษาแนะนำ ชี้แจง ตอบข้อซักถาม ประสานงานและเผยแพร่ความรู้ ด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สามารถดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง

(3) รวบรวม จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น โดยจัดทำเป็นสถิติ รายงานหรือฐานข้อมูล เกี่ยวกับงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเป็นประโยชน์ ในการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์หรือมาตรการต่าง ๆ

(4) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเอกสาร ตำรา คู่มือ สื่อ เอกสารเผยแพร่ ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ และการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารและ การพัฒนางานด้วนสิทธิมนุษยชน

1.3 รายละเอียดการจ้าง

ผู้ได้รับการจ้างและแต่งตั้งเป็นพนักงานราชการ กลุ่มงานบริหารทั่วไป จะได้รับ ค่าตอบแทนเดือนละ 21,380 บาท และได้รับค่าตอบแทนพิเศษเดือนละ 7,000 บาท ตามระเบียบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยพนักงานราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

สำหรับตำแหน่ง

2. คุณสมบัติทั่วไป ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกสรร และคุณสมบัติเฉพาะ

ดังต่อไปนี้

2.1 ผู้ซึ่งจะได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม

1) มีสัญชาติไทย

2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

5) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่

ในพรรคการเมือง

6) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลตออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

7) ไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่น ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น

8) คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศการสรรหา หรือการเลือกสรรบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่อความจำเป็นหรือเหมาะสมกับภารกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

หมายเหตุ ในวันที่ทำสัญญาจ้าง ผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น พระภิกษุหรือสามเณร ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการ พรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

2.2 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง โดยได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิ อย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทุกสาขาวิชา

3. การรับสมัคร

3.1 วิธีการสมัคร

ผู้ประสงค์จะสมัคร สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 25649 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอน ดังนี้

1) เข้าไปที่เว็บไซต์รับสมัครของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
https://nhrc.thaijobjob.com

4. เงื่อนไขในการรับสมัคร

4.1 ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครได้เพียงสังกัดเดียว และสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

4.2 ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามข้อ 2.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติของสถาบันการศึกษา ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ชั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

4.3 การสมัครตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้อง ของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เละที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 137

4.4 ผู้สมัครต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป ไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามประกาศรับสมัครนี้ โดยผู้สมัครสอบจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง

4.5 ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ หรือตรวจพบว่า เอกสารหลักฐานชิงผู้สมัครนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร สำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น

5. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 กำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบเกี่ยวกับการประเมิน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 เลขประจำตัวสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับ การประเมิน ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ทางเว็บไซต์
https://www.nhrc.or.th
หัวข้อ “ข่าวสมัครงาน” หรือhttps://nhrc.thaijobjob.com ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการ ประเมินฯ จะประกาศให้ทราบทางเว็บไซต์ข้างดัน

6. หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร

6.1 การประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 คะแนนเต็ม 100 คะแนน

1) ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป โดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย คะแนนเต็ม

50 คะแนน

(1) ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 3 หมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 และหมวด 6

(2) ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ และภารกิจของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 242 และมาตรา 247 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 หมวด 2 และหมวด 3

(3) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วย พนักงานราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (4) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2516

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(5) ความรู้เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสถานการณ์

สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

(6) พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(7) พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

2) ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียนแบบอัตนัย

คะแนนเต็ม 50 คะแนน

(1) การวิเคราะห์ปัญหาและสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน

ทั้งในและต่างประเทศ

(2) ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(3) ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

6.2 การประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์

1) พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงาน

2) พิจารณาจากความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่

3) พิจารณาจากท่วงที วาจา การสื่อสาร อุปนิสัย จรรยาบรรณ ความคิดริเริ่ม

สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพ

4) ทัศนคติด้านสิทธิมนุษยชน

โดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะดำเนินการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ก่อน และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 เพื่อเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 ต่อไป

7. เกณฑ์การตัดสิน

7.1 ผู้ที่ได้คะแนนการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ภาคละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์)

โดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะดำเนินการตรวจให้คะแนน ภาคความรู้ความสามารถทั่วไปก่อน หากได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 จึงจะดำเนินการตรวจให้คะแนน ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งต่อไป

7.2 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการเลือกสรร จะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

8. หลักฐานการสมัคร

8.1 หลักฐานที่ต้องนำมาในวันประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1

1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาต ขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจน

2) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ไบเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล (เฉพาะในกรณีชื่อหรือชื่อสกุลในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน)

8.2 หลักฐานและเอกสารที่ต้องยื่นในวันประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ

ครั้งที่ 2

1) ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ให้ติดรูบถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวม แว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

2) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาต ซับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจน

3) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

4) สำเนาใบปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศ รับสมัครสอบ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาภายใน วันปิดรับสมัคร จำนวน 1 ฉบับ

5) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล (เฉพาะในกรณี ชื่อหรือชื่อสกุลในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ

ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงลายมือชื่อพร้อมวันที่กำกับทุกหน้าของเอกสาร และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวา

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น