กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดสอบพนักงานราชการ 3 อัตรา วุฒิ ป.ตรี ทุกสาขา รับสมัครระหว่าง 3-14 มิ.ย. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 779 ครั้ง

🏷️ ประเภท : พนักงานราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
3 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
21,780 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี ทุกสาขา
👥 เพศ
ชาย/หญิง
👤 อายุ
ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิง 18 – 45 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสมัคร
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
3-14 มิ.ย. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดสอบพนักงานราชการ รับสมัครตั้งแต่ 3-14 มิ.ย. 2569

ประกาศกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป

1. ชื่อกลุ่มงาน ตำแหน่ง และจำนวนอัตราว่าง

กลุ่มงานบริหารทั่วไป

ตำแหน่งพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จำนวน 3 อัตรา

2. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์

(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

(5) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรัง ที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.พ. กำหนด

ในพรรคการเมือง (6) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่

(7) ไม่เคยเป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นผู้พันโทษแล้วเกิน 5 ปี และไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(8) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

หมายเหตุ
ผู้ที่ผ่านการเลือกสรรในวันที่ ทำสัญญาจ้างจะต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ที่ได้รับการจัดจ้างตามผลสอบนี้ จะต้องรับการจัดจ้าง และรับค่าตอบแทนตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการเลือกสรร เพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538

3. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และรายละเอียดการจัดจ้าง (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้)

4. การรับสมัคร

4.3 ผู้ประสงค์จะสมัคร สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 3 – 14 มิถุนายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอนดังนี้

(1) ให้ผู้สมัครสอบเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
https://www.rlpd.go.th
เลือกหัวข้อ “ข่าวประกาศกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ” เลือกหัวข้อ “ข่าวรับสมัครงาน” หรือเข้าไปที่เว็บไซต์
https://rlpd.thaijobjob.com
เลือกหัวข้อ “พนักงานราชการ เลือกปี 2564 และเลือกรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป”

(2) ให้ผู้สมัครสอบเลือกหัวข้อย่อย “สมัครสอบ” พร้อมกรอกเลขบัตรประจำตัว

5. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินสมรรถนะ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เน ศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชั้น 1 และกลุ่มงานบริหาร และพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขานุการกรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชั้น 5 อาคารกระทรวงยุติธรรม และทางเว็บไซต์
https://www.rlpd.go.th
และ
https://rlpd.thaijobjob.com

รายละเอียดการรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป แนบท้ายประกาศกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ตำแหน่ง พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

กลุ่มงาน
บริหารทั่วไป

อัตราว่าง
3 อัตรา (ปฏิบัติงานส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค)

ค่าตอบแทน
21,780 บาท

สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ประกาศ คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง ค่าตอบแทนของพนักงานราชการ พ.ศ. 2568

ระยะเวลาการจ้าง
ตามที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกำหนด

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง คือ จะต้องได้รับวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ทุกสาขาวิชา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ดังนี้

(1) ด้านการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา

– ให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน

และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

– รับคำขอค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

– บันทึกข้อมูลการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ถูกต้องครบถ้วน

– ประสานงานกับหน่วยราชการอื่นหรือบุคคลใด ๆ เพื่อรวบรวมและแสวงหาข้อเท็จจริง หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคำขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา

– สรุปความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหาย

และจำเลยในคดีอาญา เพื่อทำความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ

– จัดทำคำวินิจฉัย และแจ้งผลผู้ยื่นคำขอ และรวบรวมการขอรับเงินหรือการแสดงตน เพื่อส่งเรื่องเบิกจ่ายมายังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

– ให้คำปรึกษา แนะนำในการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ และรับค้าร้องอุทธรณ์

– จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลสถิติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหาย

และจำเลยในคดีอาญา

(2) ด้านการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ

รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ให้คำปรึกษาแนะนำา

แก่ประชาชน และประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

– ประสานงานช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

– ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสิทธิผู้ต้องหาขั้นสอบสวนคดีอาญา

– ปฏิบัติงานเกี่ยวกับคลินิกยุติธรรม และล่ามในกระบวนการยุติธรรม

– ศึกษาวิเคราะห์ ค้นคว้า และรวบรวม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อร่างหรือแก้ไข กฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ ที่เกี่ยวกับการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ

– บันทึกข้อมูลการขอรับและการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายลงใน

ระบบสารสนเทศ

– ลงพื้นที่กรณ์ให้ความช่วยเหลือด้านการพิทักษ์สิทธิแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน

(3) ด้านการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท

– ทำหน้าที่ส่งเสริมและดำเนินการระงับข้อพิพาทและการจัดการความขัดแย้ง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562

– ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมการระงับข้อพิพาทและการจัดการ

ความขัดแย้ง

– ประสานงานการจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยการระงับข้อพิพาท

– สร้าง พัฒนา ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน

ในการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท

– ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนามาตรฐาน และกำกับการปฏิบัติงานศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับ

ข้อพิพาท

– ส่งเสริมสนับสนุน ให้มีการปฏิบัติตามระบบการระงับข้อพิพาท โดยเน้นการมีส่วนร่วม

ของประชาชนและชุมชน

– ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งภายใน

และต่างประเทศในการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท

– ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(4) ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ

– ทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิเสรีภาพสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง

การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม ได้รับทราบบทบาท หน้าที่ และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตามกฎหมายอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม โดยคำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมของประเทศ และบริบททางสังคม ของทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งมิติทางด้านอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการส่งเสริมให้เข้าใจบทบาท หน้าที่สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่อยู่บนพื้นฐาน หลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการจัดกระบวนการเรียนรู้สิทธิมนุษยชน ในสถานศึกษา

(5) ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

– ทำหน้าที่ส่งเสริม รณรงค์ เผยแพร่ความรู้สิทธิและเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลักการแนวคิดสิทธิมนุษยชน การเคารพสิทธิผู้อื่น แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัด การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่ โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคน จากการบังคับให้หายสาบสูญ ตลอดจนการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกลไก Universal Periodic Review และการดำเนินการตามหลักการของสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงพระราชบัญญัติ

ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (2) ด้านการยุทธศาสตร์และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

– ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย จัดทำ พัฒนายุทธศาสตร์กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล

– พัฒนาระบบ มาตรการ กลไก ส่งเสริมและประสานงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติ ตามนโยบายยุทธศาสตร์กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

– จัดทำคำขอ และเร่งรัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

– ส่งเสริม ดำเนินการ ติดตามและประเมินผล การดำาเนินงานตามนโยบาย แผนปฏิบัติ ราชการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

– จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ด้านยุทรศาสตร์ และแผนงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

– ให้คำปรึกษาในการจัดทำ ขับเคลื่อน และรายงานผลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านสิทธิมนุษยชน แก่หน่วยงานต่าง ๆ

หรือที่ได้รับมอบหมาย – ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

(7) ด้านการคุ้มครองพยาน

– ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ประชาชน เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับ การคุ้มครองพยาน การขอรับค่าตอบแทนแก่พยานที่มาให้ข้อเท็จจริงหรือเบิกความในคดีอาญา การขอรับ คำตอบแทนความเสียหายแก่พยาน และประสานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง กรณีมีการขอรับการคุ้มครองหรือขอรับค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติภารกิจงานคุ้มครองพยาน

(8) ปฏิบัติงานในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้กับประชาชน และลงพื้นที่ในการ จัดโครงการ / กิจกรรม ตามภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง

(9) กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อาจมีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานราชการปฏิบัติหน้าที่เป็นพิเศษนอกเหนือจากขอบเขตงานที่กำหนดไว้ได้ และพนักงานราชการยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโดยถือเป็นการกำหนดลักษณะงาน ที่จะให้ปฏิบัติตามประกาศนี้

(10) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร

ผู้สมัครต้องได้รับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ด้วยวิธีประเมิน ดังนี้

ตำแหน่งที่ 1 ตำแหน่งพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรรกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดสอบพนักงานราชการ รับสมัครตั้งแต่ 3-14 มิ.ย. 2569 รูปที่ 1

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรรกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดสอบพนักงานราชการ รับสมัครตั้งแต่ 3-14 มิ.ย. 2569 รูปที่ 2

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะดำเนินการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ

ครั้งที่ 1 โดยวิธีสอบข้อเขียนก่อน และผู้ผ่านการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะครั้งที่ 1

ดังกล่าว จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะครั้งที่ 2 โดยวิธีสอบ

สัมภาษณ์ต่อไป

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น