สมัครออนไลน์
- เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
1. ตำแหน่งที่รับสมัคร และค่าตอบแทนที่จะได้รับ
1.1 ตำเหน่งที่รับสมัคร คือ
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
จำนวน 5 อัตรา
1.2
ค่าตอบแทนที่จะได้รับ
จำนวน 21,780 บาทต่อเดือน
รายละเอียดการจ้างงาน ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
2. คุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกสรร
2.1 คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 8 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดบี
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
(5) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่
ในพรรคการเมือง
(6) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือเป็นผู้พ้นโทษ มาแล้วเกินห้าปี
การจ้างบุคคลผู้พ้นโทษมาแล้วเกินห้าปีตามวรรคหนึ่งเข้าเป็นพนักงานราชการ ต้องกำหนดให้บุคคลผู้นั้นยื่นหนังสือรับรองความประพฤติว่าไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็น ที่น่ารังเกียจของสังคมตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
(7) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(8) ไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของ หน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น ในวันที่ทำสัญญาจ้าง
สำหรับพระภิกษุ หรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการเลือกสรรเป็น พนักงานราชการได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564
2.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในเอกสาร แนบท้ายประกาศนี้
3. การรับสมัคร
3.1. รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 2 – 20 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอนดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์
https://oncb.thaijobjob.com
หัวข้อ “รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรร เป็นพนักงานราชการทั่วไป”
(2) กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะกำหนด แบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ
(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จํานวน 1 แผ่น หรือหากไม่มี เครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไป พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูล ในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
3.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัคร ประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จํานวน 300 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
3.3 การชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร สามารถชำระได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 21 มีนาคม 2564 ได้ที่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
(1) กรณีชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร สามารถนำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระ ได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย (ทุกสาขาทั่วประเทศ) ภายในเวลาทำการของธนาคาร
(2) กรณีชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai Next ให้ผู้สมัครเปิดแอปพลิเคชั่น และเข้าสู่ระบบ “ชำระเงิน” จากนั้นค้นหารายการโดยระบุ “9077” โดยตรวจสอบชื่อหน่วยงาน และใส่หมายเลขอ้างอิง Ref.1 : เลขชำระเงิน 10 หลัก และ Ref.2 : เลขประจำตัวประชาชน จากนั้นเลือก ค่าธรรมเนียมในการสมัคร จำนวน 330 บาท และใส่รหัสยืนยันการชำระเงินของท่านและกดเสร็จสิ้น หรือนำ QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai Next ทั้งนี้ สามารถชำระได้ ถึงวันที่
2 – 21 มีนาคม 2569 เวลา 21.00 น.
การรับสมัครจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
โดยให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย
3.4 ผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครแล้ว จะได้รับเลขประจำตัวสอบ โดยจะกำหนด เลขประจำตัวสอบ ตามลำดับของการชำระค่าธรรมเนียมในการสมัคร และสามารถพิมพ์ใบสมัครพร้อมเลขประจำตัว สอบได้ หลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ส. ประกาศรายชื่อผู้สมัครแล้ว ที่เว็บไซต์
https://oncb.thaijobjob.com
หัวข้อ “รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป” เรื่อง “พิมพ์ใบสมัครและเลขประจำตัวสอบ”
4. เงื่อนไขในการรับสมัคร
4.1 ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อชำระ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลการสมัครสอบไม่ได้ ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว
4.2 ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกสรร ในข้อ 2.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติ จากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรชั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จ การศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
4.3 การสมัครเข้ารับการเลือกสรรตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่า ผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
4.4 ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรต้องรับผิดขอบในการตรวจสอบและรับรองตนเอง ว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตาม ความเป็นจริงในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครนำมายื่น ไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หรือคุณวุฒิที่ยื่นสมัคร ก.พ. มิได้รับรองว่าเป็นคุณวุฒิตรงตาม ประกาศรับสมัคร สำนักงาน ป.ป.ส. จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัคร
5. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมิน
สำนักงาน ป.ป.ส. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ และกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมิน ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ทางเว็บไซต์ของสำน้างาน บ.ป.ส. ที่
www.onch.go.th
และ
https://oncb.thaijobjob.com
6. หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้
7. เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นในวันประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (เฉพาะผู้ที่ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1)
7.1 บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง ยังไม่หมดอายุเท่านั้น ซึ่งมีรูปถ่าย ชื่อ – นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13. หลัก ปรากฏชัดเจน
7.2 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวม แว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิตรับสมัคร) ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน
7.3 สำเนาปริญญาบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจาก ผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ
ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่
20 มีนาคม 2569
ในกระบีที่ไม่สามารถนำหลักฐาน การศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้ ก็ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุ สาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัคร มายื่นแทน
7.4 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณี ชื่อ -นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
7.5 ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนเทานั้น ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566 ซึ่งได้แก่
(1) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(2) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(3) โรคพิษสุราเรื้อรัง
(4) โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ ก.พ. กำหนด
วัน เดือน ปี และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาของสำเนาเอกสารทุกหน้า ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” พร้อมลงลายมือชื่อ
8. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ผ่านการเลือกสรรต้องเป็นผู้ที่มีผลคะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 และต้องมีผลการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะครั้งที่ 2 ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60 จึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการเลือกสรร
9. การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร
9.1 สำนักงาน ป.ป.ส. จะประกาศการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร ตามลำดับคะแนนประเมิน โดยจะเรียงลำาดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนรวมในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 และการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 จากมากไปน้อย ในกรณีที่ได้คะแนนรวมเท่ากัน จะให้ผู้ที่ได้คะแนนจากการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 มากกว่าอยู่ในลำดับ ที่ดีกว่า และหากคะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 เท่ากัน จะให้ผู้ได้รับ เลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่ดีกว่า
9.2 บัญชีรายชื่อดังกล่าวให้เป็นอันยกเลิกหรือสิ้นผลไปเมื่อเลือกสรรครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันขึ้นบัญชีหรือนับแต่วันประกาศรับสมัครในตำแหน่งที่มีลักษณะงานเดียวกันนี้ใหม่แล้วแต่กรณี
10. การจัดทำสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรร
ผู้ผ่านการเลือกสรรจะต้องทำสัญญาจ้างตามที่ สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด
สำนักงาน ป.ป.ส. จะดำเนินการเสียกสรรด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการเลือกสรร หรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อและแจ้งให้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบด้วย
(เอกสารแนบท้ายประกาศ สำนักงาน ป.ป.ส. ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569)
กลุ่มงาน
บริหารทั่วไป
ชื่อตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด โดยศึกษา รวบรวม ตรวจสอบ วิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูล ติดตามประเมินผล เพื่อประกอบการจัดทำนโยบาย แผนงาน งบประมาณ ดำเนินงานด้านการเงินและบัญชี การพัสดุ การบริหาร ทรัพยากรบุคคล โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ที่ ก.พ. รับรอง
ในทุกสาขาวิชา
สิทธิประโยชน์
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศ คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกำหนด
ระยะเวลาการจ้าง
นับตั้งแต่วันที่จัดจ้างถึงวันที่ 30 กันยายน 25371
(ตามกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2571) ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและเลือกสรร
1. การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรต้องเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน โดยวิธีการสอบข้อเขียน (ปรนัย) ดังนี้
1.1 วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป
(1) ความรู้เกี่ยวกับประมวลกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(2) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(3) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
และที่แก้เซเพิ่มเติม
(4) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สถานการณ์ปัจจุบันทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีของประเทศไทยและต่างประเทศ
1.2 วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
(1) ความรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
(2) ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วย การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ.2566 – 2570) และแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2569
(3) ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนงาน/โครงการ การติดตามและประเมินผล และระบบงบประมาณ
2. การประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
โดยวิธีการสัมภาษณ์ เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏ ของผู้เข้ารับการเลือกสรรและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงที วาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณ ของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับ ผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัา สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 ที่ได้คะแนนรวม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2
0 ความคิดเห็น