สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ครั้งแรก 227 อัตรา วุฒิ ป.ตรี รับสมัครระหว่าง 10 เม.ย. – 9 พ.ค. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 9,730 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
ครั้งแรก 227 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
18,950 บาท + ค่าตอบแทนพิเศษ 12,000 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
10 เม.ย. – 9 พ.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. ผู้ช่วยพนักงานไต่สวน

สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 10 เม.ย. - 9 พ.ค. 2569

ประกาศสำนักงาน ป.ป.ช.

เรื่อง
รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ และค่าตอบแทนพิเศษ

1.1 ตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน จำนวน 227 อัตรา

1.2 อัตราเงินเดือน 18,950 บาท

1.3 ค่าตอบแทนพิเศษ 12,000 บาท (เมื่อผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ กปปช. กำหนด และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพนักงานไต่สวนระดับต้น)

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดีในชั้นศาล ตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งงานวิชาการด้านกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ไม่ยากโดยช่วยปฏิบัติงาน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น การตรวจสอบเบื้องต้น การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน การไต่สวนเบื้องต้น การไต่สวน การดำเนินการทางคดี การพิจารณาวินิจฉัยปัญหากฎหมาย การร่าง และตรวจกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง การให้ความเห็นทางกฎหมายและคดี การศึกษา เปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย การวิจัยและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต การดำเนินการตามพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต การจัดทำนิติกรรมหรือเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย การประมวลและรวบรวม คำวินิจฉัยหรือมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การจัดทำทะเบียนเอกสารสำคัญ งานสารบบคดี งานประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นต้น ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

3.1 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 32 ของระเบียบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี นับถึงวันปิดรับสมัคร

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(4) เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต

(5) เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กปปช.

กำหนด

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(2) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง

(3) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(4) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน ในรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักงานหรือพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนตามระเบียบนี้หรือตามกฎหมายอื่น

หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา (2) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐาน เป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

(7) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(8) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(4) เป็นผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และ สมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(10) เป็นบุคคลล้มละลาย

(11) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. หรือเป็นโรค ตามที่ กปปช. กำหนดตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดโรค อันมีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2562

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจ ให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538

3.2 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้

1) สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิตตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา นับถึงวันปิดรับสมัคร และ

2) มีความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวน และวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดีในชั้นศาลของข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ตำแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2563 เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร หรือการดำเนินคดีในชั้นศาล ตามประกาศคณะกรรมการป้องกัน

4. การสมัครสอบ

ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบยื่นใบสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ตามขั้นตอนดังนี้

(1) เข้าไปที่เว็บไซต์
www.nacc.go.th
เมนูบริการอิเล็กทรอนิกส์ หัวข้อระบบ รับสมัครสอบ Online หรือ
https://nacc.thaijobjob.com

5. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ

5.1 ผู้สมัครสอบต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง ยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 4. ครบถ้วนสมบูรณ์ และต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบ และรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามประกาศรับสมัครสอบคัดเลือก ดังนั้น หากเป็นความผิดพลาดของผู้สมัคร หรือตรวจสอบภายหลังว่าผู้สมัครสอบ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือมิได้ประกอบวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ หรือเป็นบุคคลที่ กปปช. เห็นว่ามีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่นอันไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งนี้ ตามข้อ19 ของประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติและการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. และแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน พ.ศ. 2563 จะถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบมาตั้งแต่ต้น และผู้สมัครจะไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ต่อสำนักงาน ป.ป.ช.

5.2 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือวาผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรอง ความถูกต้องข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไข เพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และจะถือว่าเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงในการสมัครสอบ

5.3 ผู้สมัครสอบจะต้องยืนแบบรายการประวัติและเอกสารหลักฐานตามวัน เวลา และ สถานที่ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ ยื่นไม่ครบถ้วน จะถูกตัดสิทธิในการเป็นผู้สอบคัดเลือกได้ และหากมีการตรวจพบว่ามีการนำเอกสารปลอม มายื่นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

6.การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบข้อเขียนกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และข้อบังคับการสอบข้อเขียน

สำนักงาน ป.ป.ช. จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครโดยอาจเรียกผู้สมัครมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมตามที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเห็นสมควรก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบข้อเขียน กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และข้อบังคับการสอบข้อเขียนทางเว็บไซต์
http://www.nacc.go.th

7. หลักสูตรและวิธีการสอบ

7.1 การสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) วิชาที่ทดสอบแนบท้ายประกาศนี้

7.2 การสอบปากเปล่า

เป็นการสอบโดยวิธีถามผู้สมัครสอบเรียงตัว ในลักษณะวิชาที่สำนักงาน ป.ป.ช

กำหนดตามข้อ 7.ต

การประเมินผลการสอบปากเปล่า จะประเมินผลว่าสอบได้หรือสอบตกเท่านั้น

ทั้งนี้ จะสอบข้อเขียนก่อน และเมื่อผ่านการสอบข้อเขียนแล้วผู้สมัครสอบต้องยื่นแบบ รายการประวัติและเอกสารหลักฐาน และเข้ารับการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือและประเมินสุขภาพจิต โดยชำระค่าธรรมเนียมตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติม จึงจะมีสิทธิเข้า รับการสอบปากเปล่า

8. แบบรายการประวัติและเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเมื่อผ่านการสอบข้อเขียนตามที่ สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด จำนวน 1 ชุด มีดังนี้

8.1 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

8.2 สำเนาปริญญาบัตรปริญญาตรีทางกฎหมาย และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records)

8.3 สำเนาประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาหรือสำเนา ใบรับรองต้องออกให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันปิดรับสมัคร ใบรับรองว่าเป็นผู้สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิตจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา กรณีใช้

8.4 สำเนาหนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวน และวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดีในชั้นศาลของข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ตำแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2563 โดยออกให้ไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันปิดรับสมัครตามแบบ แนบท้ายประกาศนี้เท่านั้น ทั้งนี้ หากเป็นวิชาชีพที่คณะกรรมการอัยการหรือคณะกรรมการตุลาการศาล ยุติธรรมเคยรับรองต้องแสดงเอกสารหลักฐานนั้นด้วย

8.5 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

8.6 สำเนาหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

8.7 สำเนาใบสำคัญการสมรส/ใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี)

4.8 หลักฐานการรับรองตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ

8.9 ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดโรคอันมีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2562 แนบท้ายประกาศนี้

8.10 สำเนาเอกสารรับรองผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับยกเว้นการเกณฑ์ทหาร (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศชาย)

8.11 ถ้าเคยถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดีให้ยื่นบันทึกสรุปรายละเอียดและเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1) กรณีคดีแพ่ง ให้ยื่นบันทึกสรุปรายละเอียดคดี คำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษา ทุกชั้นศาล เอกสารเกี่ยวกับการชำระหนี้ หากชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วให้ยื่นหลักฐานการชำระหนี้ดังกล่าวด้วย

2) กรณีคดีอาญา ให้ยื่นบันทึกสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับคดี คำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษา ทุกชั้นศาล ส่วนกรณีอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวนให้ยื่นรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี หากอยู่ในชั้น พนักงานอัยการให้ยื่นคำสั่งของพนักงานอัยการ

3) กรณีคดีมรรยาททนายความ ให้ยื่นบันทึกสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับคดี คำกล่าวหา คำแก้ข้อกล่าวหา และผลการพิจารณา คำสั่งการถูกลงโทษ

4) กรณีวินัยหรือความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ให้ยื่นบันทึกสรุปรายละเอียด เกี่ยวกับวินัย คำกล่าวหา คำแก้ข้อกล่าวหา และผลการพิจารณา คำสั่งการถูกลงโทษ

สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ

9. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบคัดเลือกได้ต้องได้คะแนนรวมสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และผ่านการสอบปากเปล่าในเกณฑ์สอบได้

การจัดลำดับผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนรวมสอบข้อเขียนเท่ากันให้ผู้ที่คะแนนสูงกว่าในวิชา กฎหมายการตรวจสอบและไต่สวนการทุจริตเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า หากคะแนนยังเท่ากันให้ผู้ที่คะแนนสูงกว่า ในวิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ในกรณีหากเทียบแล้วยังมีผู้ที่ได้ คะแนนเท่ากันให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า

10. การขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้

การขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะประกาศรายชื่อผู้สอบคัดเลือกได้ และจะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนรวมสอบข้อเขียนไว้ ณ สำนักงาน ป.ป.ช.

การขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบคัดเลือกอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายทุกวิชาชีพ

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
ใบรับรองแพทย์ของสำนักงาน ป.ป.ช.

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
ข้อคำถามเกี่ยวกับการสมัครสอบตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดีหรือการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดีในชั้นศาล ของข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ตำแหน่งสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2563

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น