กรุงเทพมหานคร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 121 อัตรา วุฒิ ปวช. ปวส.หรือเทียบเท่า ป.ตรี รับสมัครระหว่าง 9-27 เม.ย. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 1,416 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
121 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
11,380 – 21,040 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ปวช. ปวส.หรือเทียบเท่า ป.ตรี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
9-27 เม.ย. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
  2. เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน
  3. นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
  4. พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน
  5. เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ
  6. นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ
  7. นักบัญชีปฏิบัติการ
  8. นักวิชาการคลังปฏิบัติการ
  9. นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ
  10. นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ
  11. นิติกรปฏิบัติการ
  12. บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
  13. สถาปนิกปฏิบัติการ

กรุงเทพมหานคร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 9-27 เม.ย. 2569

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ

กรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) จะดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 14 ตำแหน่ง อัตราว่าง จำนวน 121 อัตรา ดังนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง

1.1 ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน จำนวน 4 ตำแหน่ง อัตราว่าง จำนวน 95 อัตรา ดังนี้

1.1.1. เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน จำนวน 50 อัตรา

1.1.2 เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน จำนวน 1 อัตรา

1.3.3 นายช่างโยธาปฏิบัติงาน จำนวน 11 อัตรา

1.1.4 พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน จำนวน 33 อัตรา

1.2 ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 10 ตำแหน่ง อัตราว่าง จำนวน 26 อัตรา ดังนี้

1.2.1 เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

1.2.2 นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ จำนวน 3 อัตรา

1.2.3 นักบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 5 อัตรา

1.2.4 นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

1.2.5 นักวิชาการคลังปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

1.2.6 นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ จำนวน 3 อัตรา

1.2.7 นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

1.2.8 นิติกรปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

1.2.9 บรรณารักษ์ปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

1.2.10 สถาปนิกปฏิบัติการ จำนวน 7 อัตรา

2. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ

ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จะได้รับเงินเดือน ดังนี้

2.1 ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน

2.1.1 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อัตราเงินเดือน 11,380 – 12,520 บาท

หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

2.1.2 ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรืออนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี อัตราเงินเดือน 13,130 – 14,450 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

2.1.3 ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญา หลักสูตร 3 ปี อัตราเงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

2.2 ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ

2.2.1 ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 4 ปี ต่อจาก วุฒิประกาศนียบัตร มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษา ไม่น้อยกว่า 2 ปี (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรืออนุปริญญา อัตราเงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

2.2.2 ปริญญาตรีสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือน 18.150 – 19,970 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

2.2.3 ปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อจาก วุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายเฉพาะปริญญาที่ ก.พ. กำหนดให้ได้รับเงินเดือนตามหลักสูตร 5 ปี อัตราเงินเดือน 19,320 – 21,040 บาท หรือตามที่ ก.ก. กำหนด

ทั้งนี้ จะได้รับอัตราเงินเดือนเท่าใดเป็นไปตามมติ ก.ก. ครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 เรื่อง การกำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือน ตามวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ

3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือ

จิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ก.

(2) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(3) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(4) เป็นบุคคลล้มละลาย

(5) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะ กระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(6) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(7) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัย

ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(4) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้

หรือตามกฎหมายอื่น

(3) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน

ในหน่วยงานของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (3) (4) (5) (6) (7) (8) หรือ (9) ก.ก. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม ข. (6) หรือ (7) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม ข. (8) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นกรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง ผู้นั้นต้องลาออกจากการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบอาชีพนั้น และการลาออกต้องมีผลก่อนวันบรรจุเข้ารับราชการ

กรณีผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 43 ข. แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ให้ยื่นคำขอยกเว้นต่อหัวหน้าสำนักงาน ก.ก.
ตามระเบียบ ก.ก. ว่าด้วย การยกเว้นให้ผู้มีลักษณะต้องห้ามเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ตามมติ ก.ก. ครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 และที่ปรับปรุงแก้ไขแบบคำขอยกเว้นฯ ตามมติ ก.ก. ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยให้ยื่นแบบคำขอยกเว้นฯ (แบบ ยว.1) และ หนังสือรับรองความประพฤติ (แบบ ยว.2) พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 27 เมษายน 256 ทั้งนี้ หากยื่นภายหลังกำหนด สำนักงาน ก.ก. จะไม่รับคำขอดังกล่าว

4.2 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่าน การวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสำเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

4.3 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

4.3.1 มีคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ก. หรือ ก.พ. รับรอง และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งตรงตามตำแหน่งที่สมัครสอบ ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบ ท้ายประกาศนี้

4.3.2
ตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ นอกจาก มีคุณสมบัติตามข้อ 4.3.3 แล้ว ต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ออกให้โดย กรมการขนส่งทางบก อยู่ก่อนหรือภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569 และยังไม่ หมดอายุ ทั้งนี้ กรณีได้รับการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ใบอนุญาตดังกล่าว ต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง

4.3.3
ตำแหน่งสถาปนิกปฏิบัติการ นอกจากมีคุณสมบัติตามข้อ 4.3.1 แล้ว ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด อยู่ก่อน หรือภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569 และยังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ กรณีได้รับการขึ้นบัญชี เป็นผู้สอบแข่งขันได้ ใบอนุญาตดังกล่าว ต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง

4.4 สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้ เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569 ได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่นา 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2503 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 25564

5. เงื่อนไขการสมัครสอบ

5.1 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

5.2 ผู้สมัครสอบเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น เมื่อสมัครแล้วไม่สามารถ แก้ไขข้อความใด ๆ ได้อีก ผู้สมัครสอบจึงต้องละเอียด รอบคอบ และตรวจสอบการพิมพ์ชื่อตัว – ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ตำแหน่งที่สมัคร และหมายเลขโทรศัพท์ให้ถูกต้อง

5.3 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ที่สมัครสอบในข้อ 5.4 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจาก ผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือวันที่ 27 เมษายน 2569 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรชั้นปริญญาบัตร อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์ และหากปรากฏภายหลังว่า ผู้สมัครสอบรายใดมีคุณวุฒิการศึกษาไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน จะถือว่าผู้สมัครสอบรายนั้น เป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการในตำแหน่งที่สมัครสอบ

5.4 การสมัครสอบตามประกาศนี้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรอง ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดทางอาญาฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

5.5 สำนักงาน ก.ก. จะต้องตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของผู้สมัครสอบ โดยผู้สมัครสอบ จะต้องยื่นหนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ยื่นหนังสือยินยอมฯ ในวันสอบเพื่อวัดภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) โดยสามารถดาวน์โหลด (download) แบบฟอร์มหนังสือยินยอมฯ ได้ที่เว็บไซต์
https://ksb.bangkok.go.th

5.6 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดขอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป ไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้อง กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครสอบ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระบุชื่อตัว – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน

5.7 ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเนื่องมาจากผู้สมัครสอบ หรือหากภายหลังผู้สมัครสอบ รายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือตรวจสอบพบว่าหลักฐานและเอกสารและหรือหลักฐานคุณวุฒิ การศึกษาซึ่งผู้สมัครสอบได้นำมายื่นไว้ ไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หรือเป็นเอกสารปลอม ให้ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทั้งนี้ ในกรณีผู้สมัครยื่นเอกสารปลอม สำนักงาน ก.ก. จะดำเนินการทางคดีอาญาต่อไปด้วย

6. การรับสมัครสอบ

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 9 – 27 เมษายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ที่เว็บไซต์
https://ksb.bangkok.go.th
หัวข้อ “การสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569” ซึ่งมีขั้นตอนการสมัคร ดังนี้

6.1 การสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต

6.1.1 อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ และขั้นตอน การกรอกใบสมัครสอบให้ถี่ถ้วนก่อนทำการกรอกใบสมัครสอบ

6.1.2 กรอกข้อความในใบสมัครสอบให้ถูกต้องและครบถ้วนตามขั้นตอนที่กำหนด โดยผู้สมัครสอบจะต้องเข้าไปกรอกใบสมัครที่ปุ่ม สมัครสอบ ตั้งแต่วันที่ 9 – 27 เมษายน 2569 ระบบจะออกแบบฟอร์มการชำระเงินค่าธรรมเนียมสอบของ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ

7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

7.1 สำนักงาน ก.ก. จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบ

เกี่ยวกับการสอบ เฉพาะผู้สมัครสอบที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบถูกต้องแล้ว ภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ทางเว็บไซต์
https://ksb.bangkok.go.th
หัวข้อ “การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและ แต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/25649″ หัวข้อย่อย “ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ”

ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวที่ได้ประกาศข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็น โดยสำนักงาน ก.ก. จะแจ้งให้ทราบก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว

37.02 สำนักงาน ก.ก. จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569 ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด

8. หลักฐานและเอกสารที่ต้องยื่นในวันสอบเพื่อวัดภาคความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่ง และเพื่อวัดภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (การทดสอบ สมรรถนะของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ และการทดสอบทางจิตวิทยาเกี่ยวกับทัศนคติสำหรับการ ปฏิบัติราชการ)

8.1 หลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ

8.1.1
บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง)
ซึ่งปรากฏรูปถ่าย ชื่อตัว – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ชัดเจน ตรงตามใบสมัคร กรณีไม่มีหลักฐานดังกล่าว อนุญาตให้ใช้การแสดงตนผ่านแอปพลิเคชัน ThalD โดยจะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตเข้าห้องสอบ ที่กองอำนวยการสอบและเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะเข้าห้องสอบได้

8.1.2
ใบสมัครสอบที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต
โดยปรากฏรูปถ่ายที่อัปโหลดไว้ พร้อมลงลายมือชื่อในใบสมัครสอบให้เรียบร้อย กรณีรูปถ่ายที่อัปโหลดรูปไว้ไม่สมบูรณ์หรือไม่ชัดเจนให้ติดรูปถ่าย ที่ใช้ในการสมัครงาน ซึ่งเป็นรูปถ่ายหน้าตรง ชุดสุภาพ ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ พื้นหลังไม่มีลวดลายโด ๆ บนรูปถ่าย และถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 3 x 1.5 นิ้ว ไว้บริเวณด้านล่างรูปถ่ายที่อัปโหลดไว้

*** หากขาดหลักฐานข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 8.1.1 และ 8.1.2 ไม่มีสิทธิเข้าสอบ ***

8.1.3 หลักฐานอื่น ๆ ที่ต้องยื่นหรือแสดงต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบ

สำเนาหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล ใบสำคัญ การสมรส (กรณีชื่อตัว – ชื่อสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำานวนอย่างละ 1 ฉบับ

8.2 หลักฐานและเอกสารที่จะต้องส่งมอบให้เจ้าหน้าที่คุมสอบ เพื่อครวจสอบคุณสมบัติ

8.2.3 สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) และหรือสำเนาปริญญาบัตร อนุปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตร ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตาม ประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติให้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ
วันที่ 27 เมษายน 2569
ทั้งนี้ กรณีที่ไม่มีหลักฐานการศึกษาดังกล่าว ให้นำสำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติ จากผู้มีอำนาจอนุมัติ โดยจะต้องอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบแทน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

*** กรณีวุฒิต่างประเทศ จะต้องยื่นเอกสารการเทียบระดับคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐ ตามอำนาจหน้าที่ และต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาจากหน่วยงาน ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ มาประกอบด้วย***

8.2.2
สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถ ทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือสำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของ สำนักงาน ก.พ.
ในระดับวุฒิการศึกษาเดียวกับตำแหน่งที่สมัครสอบ หรือระดับวุฒิการศึกษาที่สูงกว่า จำนวน 1 ฉบับ

8.2.3
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ซึ่งปรากฏรูปถ่าย ชื่อตัว – ชื่อสกุล และ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ขัดเจน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

8.2.4
สำเนาใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ออกให้โดย กรมการขนส่งทางบก ซึ่งปรากฏรูปถ่าย ชื่อตัว ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ชัดเจน (เฉพาะผู้สมัครตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ) ซึ่งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ดังกล่าวอยู่ก่อน หรือภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569 และยังไม่หมดอายุ จำนวน 1 ฉบับ

8.2.5
สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามที่ กฎหมายกำหนด (เฉพาะผู้สมัครสอบตำแหน่งสถาปนิกปฏิบัติการ)
จึงต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว อยู่ก่อนหรือภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569 และยังไม่หมดอายุ จำนวน 1 ฉบับ

4.2.6 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล โบสำคัญการสมรส (ในกรณีชื่อตัว – ชื่อสกุล ในหลักฐานและเอกสารการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น

*** หลักฐานและเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงลายมือชื่อ พร้อมเขียนชื่อตัว – ชื่อสกุลตัวบรรจง ตำแหน่งที่สมัครสอบ เลขประจำตัวสอบกำกับไว้ที่ มุมบนด้านขวาทุกหน้า ***

สำนักงาน ก.ก. จะตรวจหลักฐานและเอกสารและคุณวุฒิการศึกษาที่ผู้สมัครสอบได้ยื่นไว้ หากผู้ใดไม่ยื่นหลักฐานและเอกสารภายในวันที่สำนักงาน ก.ก. กำหนด หรือยื่นหลักฐานและเอกสารที่ไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิเข้าสอบในภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) ต่อไป ทั้งนี้ การกำหนดวิธีการส่งหลักฐานและเอกสารตามที่ได้ประกาศข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็น โดยสำนักงาน ก.ก. จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า หรือขาดเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ

9. หลักสูตรและวิธีการสอบ

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันกำหนดให้สอบเพื่อวัดภาคความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่งและเพื่อวัดภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง คะแนนเต็ม 300 คะแนน ดังนี้

9.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

9.1.1 โดยวิธีการสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

9.1.2 โดยวิธีการสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และสอบปฏิบัติเพื่อทดสอบ สมรรถภาพร่างกาย (เฉพาะตำแหน่งพนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน และตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ)

9.1.3 โดยวิธีการสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และสอบปฏิบัติด้วยการออกแบบ Sketch Design และการใช้โปรแกรม Sketch Up (เฉพาะตำแหน่งสถาปนิกปฏิบัติการ)

9.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยวิธี ดังนี้

9.2.1 การสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

– การทดสอบสมรรถนะของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

– การทดสอบทางจิตวิทยาเกี่ยวกับทัศนคติสำหรับการปฏิบัติราชการ (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)

9.2.2 การสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ต้องเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และเป็นผู้เข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (การทดสอบสมรรถนะของข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ และการทดสอบทางจิตวิทยาเกี่ยวกับทัศนคติสำหรับการปฏิบัติราชการ)

9.3 สำหรับตำแหน่งพนักงานเทศกิจปฏิบัติงานและตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ

ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และเป็นผู้เข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (การทดสอบสมรรถนะของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ และการทดสอบทางจิตวิทยาเกี่ยวกับทัศนคติสำหรับการปฏิบัติราชการ) ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะมีสิทธิ เข้าสอบปฏิบัติ (การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย) ในภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และต้องเป็น ผู้สอบผ่านปฏิบัติเท่านั้น จึงจะมีสิทธิเข้าสอบเพื่อวัดภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) รายละเอียดหลักสูตรและวิธีการสอบในแต่ละตำแหน่งตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

10. เกณฑ์การตัดสิน

10.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดภาคความรู้ความสามารถที่ใช้ เฉพาะตำแหน่ง ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล

10.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง

ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล

10.3 ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และเป็นผู้สอบผ่าน ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล

11. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

11.1 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะเรียงตามลำดับคะแนนรวมของผู้สอบผ่าน การสอบแข่งขันเพื่อวัตภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและการสอบแข่งขันเพื่อวัด ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งจากมากไปน้อย ในกรณีที่มีคะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนภาค ความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่สูงกว่า แต่ถ้าคะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง ยังเท่ากันอีก ให้เรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบแข่งขันจากน้อยไปมาก

11.2 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่ วันประกาศขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันในตำแหน่งเดียวกันกับที่ประกาศรับสมัครในครั้งนี้อีก และ ได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

12. การบรรจุและแต่งตั้ง

ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามจำนวนอัตราที่ว่าง โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดไว้ในข้อ 2
โดยมีเงื่อนไข
ดังนี้

จะโอนโดยผลการสอบแข่งขัน

12.1 กรุงเทพมหานครไม่รับโอนข้าราชการหรือพนักงานทุกประเภทที่มีความประสงค์

12.2 ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องปฏิบัติราชการให้กรุงเทพมหานครเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง โดยห้ามโอนไปหน่วยงานหรือส่วนราชการอื่นเว้นแต่ ลาออกจากราชการ

ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้และการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตามข้อ 11. และ ข้อ 12. นั้น กรุงเทพมหานครจะไม่นำจำนวนอัตราว่าง ในตำแหน่งที่กรุงเทพมหานครได้กำหนดให้มีการสรรหาด้วยวิธีการคัดเลือกและการสอบคัดเลือก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มารวมอยู่ในบัญชีที่จะเรียกผู้สอบแข่งขันได้ ดังนี้

(1) การคัดเลือกคนพิการเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 1/2569 ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน จำนวน 3 อัตรา และ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

(2) การคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสาธารณภัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 1/2569 ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ จำนวน 11 อัตรา

(3) การสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ครั้งที่ 1/2569 ได้แก่ ตำแหน่งนักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ จำนวน 3 อัตรา ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 8 อัตรา และตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยปฏิบัติการ จำนวน 12 อัตรา

13. การยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ผู้ที่ได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชี ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ คือ

13.1 ผู้ที่สละสิทธิที่จะเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ตามบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้

13.2 ผู้ที่ไม่มารายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุเข้ารับราชการ ภายในเวลาที่หน่วยงานหรือส่วนราชการกำหนด โดยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) แจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับฝาก หรือมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้ทราบ กำหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับฝาก หรือมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) แจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน

13.3 ผู้ที่มีเหตุไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกำหนดเวลาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง ในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้

13.4 ผู้ที่ประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้โดยการโอน แต่กรุงเทพมหานครไม่รับโอน และได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่รับโอนผู้นั้นจึงไม่ประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง

13.5 ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้ไปแล้ว ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชี ของผู้นั้นทุกบัญชีในบัญชีที่สอบแข่งขันได้ในการสอบครั้งเดียวกัน

14. การขอดูคะแนนสอบ

การประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงาน ก.ก. ให้ถือเป็นที่สุด ผู้สมัครสอบไม่มีสิทธิ ขอให้ทบทวนแต่ประการใด กรณีที่ผู้สมัครสอบมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการสอบ สามารถดูผลคะแนนสอบของ ตนเองได้ทางเว็บไซต์
https://ksb.bangkok.go.th
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สำนักงาน ก.ก. ได้ประกาศ ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

สำนักงาน ก.ก. ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า การดำเนินการสอบแข่งขันครั้งนี้ เป็นการดำเนินการ ด้วยความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ ดังนั้น หากมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดแอบอ้างว่าช่วยเหลือให้ผู้สมัครสอบ สามารถสอบแข่งขันได้ หรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ รวมทั้งสำนักงาน ก.ก. และ กรุงเทพมหานคร ไม่มีการเผยแพร่ข้อสอบ การติวข้อสอบ หากผู้ใดมีการกระทำการในลักษณะนี้ขอให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวงและอาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ผู้สมัครสอบได้

รายละเอียดแต่ละตำแหน่ง หรือ สาขาวิชา/เนื้อหาออกสอบ ดูจากประกาศฉบับเต็มในไฟล์ด้านล่างนี้

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น