กรมสรรพากร สังกัดสรรพากรภาค 3 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว 2 อัตรา วุฒิ ปวช. ทุกสาขา รับสมัครระหว่าง 4-24 มี.ค. 2569 รับสมัคร ด้วยตนเองและไปรษณีย์ อ่านแล้ว 915 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ลูกจ้างชั่วคราว
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
2 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
13,380 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ปวช. ทุกสาขา
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
4-24 มี.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ด้วยตนเองและไปรษณีย์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. เจ้าพนักงานธุรการ

กรมสรรพากร สังกัดสรรพากรภาค 3 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว รับสมัครตั้งแต่ 4-24 มี.ค. 2569 รูปที่ 1

ประกาศกรมสรรพากร

เรื่อง
รับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานสรรพากรภาค 3

1. ตำแหน่งที่รับสมัคร และเงินเดือนที่จะได้รับ

คุณวุฒิระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

ชื่อตำแหน่ง
เจ้าพนักงานธุรการ

หน้าที่และลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้านการจัดเก็บภาษี การบริการผู้เสียภาษี งานบันทึกข้อมูลและใช้ระบบงานคอมพิวเตอร์ งานธุรการและ งานสารบรรณ หรือปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้การกำกับ แนะนำ และตรวจสอบของสำนักงาน สรรพากรภาค 3 และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในสังกัด

อัตราว่างที่จะจัดจ้างครั้งแรก
จำนวน 2 อัตรา

ค่าตอบแทน อัตราค่าจ้างเดือนละ 11,380 บาท และเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เดือนละ 2,000 บาท หรือเป็นไปตามที่ ก.พ. กำหนด และไม่มีการเลื่อนขั้นค่าจ้าง

2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร

2.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 โดยอนุโลม ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนใช้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลล้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัย

ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้

หรือตามกฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน

ในหน่วยงานของรัฐ

หมายเหตุ
ในวันที่จัดจ้างผู้ผ่านการสรรหาฯ จะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้าง ของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของราชการ ส่วนท้องถิ่น จะต้องนำเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัครตามประกาศนี้ และใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566 มายื่นด้วย

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้ารับการสรรหา เป็นลูกจ้างชั่วคราวได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณ คณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 17/2564 เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียน วิชาหรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 โดยอนุโลม

2.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

เจ้าพนักงานธุรการ ต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา

2.3 ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

(1) มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครสอบ

(2) มีทักษะและความชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมต่าง ๆ เช่น Microsoft Office: Ms-Word Ms-Excel Ms-Power Point หรือ Internet เป็นต้น

(3) มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ และมีจิตสำนึกบริการ

(4) มีความใฝ่รู้ พัฒนาตนเอง

(5) มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานในลักษณะการติดต่อประสานงาน และการ

ทํางานเป็นทีม

(6) มีความรับผิดขอบต่อหน้าที่ และมีความกระตือรือร้น

(7) มีความละเอียด รอบคอบ และขยัน สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียด แม่นยำและสามารถทำงานนอกเวลาได้
3. รายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัคร

3.1 วัน เวลา สถานที่ยื่นใบสมัคร เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 4 – 24 มีนาคม 2569 ตามวันและเวลาราชการ ดังนี้

(1) กรณีสมัครด้วยตนเอง

ยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ งานการเจ้าหน้าที่ ส่วนบริหารงานทั่วไป ชั้น 1 สำนักงานสรรพากรภาค 3 เลขที่ 3 ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ในวันราชการ ภาคเข้า เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. ภาคบ่าย 13.00 น. ถึงเวลา 16.00 น.

(2) กรณีสมัครทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) หรือบริษัทขนส่งเอกชน

ผู้สมัครต้องส่งใบสมัครตามแบบฟอร์มใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัคร จ่าหน้าซองถึง
สำนักงานสรรพากรภาค 3 ส่วนบริหารงานทั่วไป งานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 1 เลขที่ 3 ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
ให้วงเล็บมุมของจดหมายว่า
“สมัครลูกจ้างชั่วคราว” ไปรษณีย์ต้องประทับตรารับจดหมายภายในวันที่ปิดรับสมัคร
และใบสมัคร จะต้องส่งถึงสำนักงานสรรพากรภาค 3
ภายในวันที่ 27 มีนาคม 2569
ในเวลาราชการ (เวลา 16.30 น.) หากเกินกำหนดเวลาจะไม่ได้รับการพิจารณา ทั้งนี้ รวมถึงใบสมัครที่ไปรษณีย์ลงรับหรือส่งถึงสำนักงาน สรรพากรภาค 3 ก่อนวันรับสมัครจะไม่ได้รับการพิจารณาเช่นเดียวกัน

(3) การให้เลขประจำตัวผู้สมัคร จะเรียงเลขประจำตัวผู้สมัคร ตามวันเวลาที่จัดส่ง เอกสารมาที่สำนักงานสรรพากรภาค 3

ทั้งนี้ การสมัครลูกจ้างชั่วคราวไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

3.2 เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร

(1) ใบสมัครลูกจ้างชั่วคราว และบัตรประจำตัวผู้สมัครลูกจ้างชั่วคราว ผู้สมัคร สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร
http://www.rd.go.th
> ข่าวกรมสรรพากร > ข่าวสารการเข้ารับราชการ > ลูกจ้างชั่วคราว > ใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบสำหรับสำนักงานสรรพากรภาค 13 โดยให้กรอกข้อความให้ครบถ้วน พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี นับถึงวันยื่นใบสมัคร พร้อมลงลายมือชื่อในใบสมัคร และบัตรประจำตัวสอบลูกจ้าง ชั่วคราวให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด

(2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรอื่น ที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่าย ชื่อ – สกุล ลายมือชื่อ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักระบุชัดเจนเท่านั้น และบัตรดังกล่าวต้องยังไม่หมดอายุ จำนวน 1 ฉบับ

(3) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

(4) สำเนาหลักฐานการศึกษาที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่ง ที่สมัคร คือ สำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาประกาศนียบัตร แล้วแต่กรณี จำนวน 1 ฉบับ

(5) สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) จํานวน 1 ฉบับ

(6) สำเนาเอกสารอื่น ๆ เช่น โบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ในกรณีที่ ชื่อ – สกุล ในใบสมัครและหลักฐานอื่นไม่ตรงกัน) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

(7) หลักฐานซึ่งแสดงว่าผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น (เฉพาะผู้สมัครเพศชาย) จํานวน 3 ฉบับ

ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับ ให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และ ลงลายมือชื่อกำกับเอกสารทุกฉบับ พร้อมทั้งให้จัดเรียงลำดับหลักฐานตาม (1) – (7) ให้เรียบร้อย

3.3 เงื่อนไขในการสมัคร

(1) ผู้สมัครต้องมีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษา และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือวันที่
24 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ การสำเร็จ การศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษาเป็นเกณฑ์

(2) ผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตาม ประกาศรับสมัครจริง และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ชัดเจนครบถ้วนตามความจริง ในกรณี ตรวจพบภายหลังว่าเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้สมัครได้ยื่นไว้ไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร สำนักงานสรรพากรภาค 3 จะถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครครั้งนี้ และจะไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

4. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสอบ

สำนักงานสรรพากรภาค 3 จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสม กับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ภายในวันที่ 7 เมษายน 2569 ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
http://www.rd.go.th
> ข่าวกรมสรรพากร > ข่าวสารการเข้ารับ ราชการ > ลูกจ้างชั่วคราว > สำนักงานสรรพากรภาค 1 – 3

5. วิธีการคัดเลือก

สำนักงานสรรพากรภาค 3 จะดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์อย่างเดียว ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2556 โดยอนุโลม คะแนนเต็ม 100 คะแนน พิจารณาจากการตอบคำถาม และหลักฐานที่ผู้สมัครแสดงของระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) องค์ประกอบคะแนนมี 2 ส่วน ดังนี้

1) ส่วนที่ 1 จำนวน 40 คะแนน พิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ทักษะและความจำเป็น ที่จะสามารถใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง

2) ส่วนที่ 2 จำนวน 60 คะแนน พิจารณาจากบุคลิกภาพ และพฤติกรรม ของผู้เข้าสอบ สัมภาษณ์ จากประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ รวมทั้งมี สมรรถนะหลักและสมรรถนะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน

6. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการสรรหาบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว จะต้องได้คะแนน สอบสัมภาษณ์ คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

7. การประกาศขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ

7.1 ประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ เป็นรายตำแหน่ง เรียงลำดับที่จากผู้สอบ ได้คะแนนสูงสุดตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อน เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ประกาศทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
http://www.rd.go.th
> ข่าวกรมสรรพากร > ข่าวสารการเข้ารับราชการ > ลูกจ้างชั่วคราว > สำนักงานสรรพากรภาค 1 – 3

7.2 บัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ จะขึ้นบัญชีเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชี ผู้ผ่านการสรรหาฯ แต่ถ้ามีการสรรหาลูกจ้างชั่วคราวอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ ใหม่แล้ว บัญชีผู้ผ่านการสรรหาฯ ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

8. การจัดจ้างผู้ผ่านการสรรหาฯ

8.1 ผู้ผ่านการสรรหาฯ จะได้รับการจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวตามลำดับที่ในบัญชี ผู้ผ่านการสรรหาฯ โดยสำนักงานสรรพากรภาค 3 จะพิจารณาจัดจ้างตามอัตราว่างของแต่ละตำแหน่ง และหากมี อัตราว่างเพิ่มขึ้นก็จะจัดจ้างผู้ผ่านการสรรหาฯ ในลำดับต่อไป

8.2 กำหนดระยะเวลาการจัดจ้างเป็นรายปีงบประมาณ และในปีงบประมาณต่อไป อาจมีการจ้างต่อ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ได้รับการจัดจ้างนั้น ๆ

8.3 ผู้ใต้รับการจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวจะต้องจัดให้มีบุคคลค้ำประกันในการปฏิบัติงาน ซึ่งบุคคลค้ำประกันขณะค้ำประกันจะต้องเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับชำนาญการหรือชำนาญงานขึ้นไป หรือข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอก ร้อยเอก เรือเอก หรือเรืออากาศเอกขึ้นไป หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 10,000 บาท หรือพนักงานในภาคเอกชนที่มีเงินเดือน ไม่น้อยกว่า 10,000 บาท โดยให้ค้ำประกันในวงเงิน 10,000 บาท

ทั้งนี้ ลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดกรมสรรพากร จะต้องปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และจะไม่เปิดเผยความลับหรือข้อมูล ของทางราชการให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบ โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรง

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น