กระทรวงการต่างประเทศ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ครั้งแรก 60 อัตรา วุฒิ ป.ตรี ป.โท ทุกสาขา รับสมัครระหว่าง 28 ส.ค. – 18 ก.ย. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 1,125 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
🚫 ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
ครั้งแรก 60 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
18,150 – 23,300 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี ป.โท ทุกสาขา
👥 เพศ
ชาย/หญิง
👤 อายุ
ไม่ต่ำกว่า 18 ปี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
28 ส.ค. – 18 ก.ย. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. นักการทูตปฏิบัติการ

กระทรวงการต่างประเทศ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 28 ส.ค. - 18 ก.ย. 2569

ประกาศกระทรวงการต่างประเทศ

เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี 2569

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ

ตำแหน่ง
นักการทูตนฏิบัติการ

อัตราเงินเดือน

สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุด้วยคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี

อัตราเงินเดือนระหว่าง 18,150-19,970 บาท จะได้รับเงินเตือน เท่าใดเป็นไปตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 เรื่อง ปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง หรือตามที่ ก.พ. จะกำหนด

สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุด้วยคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท

อัตราเงินเดือนระหว่าง 21,180-23,300 บาท จะได้รับเงินเดือน เท่าใดเป็นไปตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ 27 มกราคม 2564 เรื่อง ปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง หรือตามที่ ก.พ. จะกำหนด

2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 60 ตำแหน่ง

3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ลักษณะงานที่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัครสอบแข่งขันฯ แนบท้ายประกาศนี้

4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(3) มีสัญขาที.ทย

(2) มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอิน

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลส้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด ทางยาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น

ของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออา เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้

หรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตาม

กฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสยบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน

ในหน่วยงานของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.ท. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะ ต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการโบเกิน 2 ปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะ ต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออาจากราชการไปเกิน 3 ปีแล้ว และต้องมีใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที

สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองแล้ว

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารที นว 89/2501 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้

(1) ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา

ที่ ก.พ. รับรอง หรือ

(2) ได้รับปริญญาโท หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา

ที่ ก.พ. รับรอง

5. การรับสมัครสอบ

5.1 เปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 18 กันยายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ (วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบบจะปิดการ รับสมัครเวลา 17.00 น.) ตามขั้นตอน ดังนี้

(1) เข้าไปที่เว็บไซต์
https://www.mfa.go.th/th/content/สอบนักการทูต2569
หรือ
https://mfa.thaijobjob.com
เลือกหัวข้อ “รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับรายการในตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี 2569” จากนั้น อ่านรายละเอียดการสมัครตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันให้ ละเอียดก่อนดำเนินการสมัครสอบ

(2) กรอกใบสมัครออนไลน์ ผ่านเว็ปไซต์
https://mfa.thaijobjob.com
โดยกรอฯ ข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ชัปโหลดรูปถ่าย (หน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำา ถ่ายไม่เกิน 1 ปี โบรูปแบบไฟล์ jog ธนาดไฟล์ไม่เกิน 1 เมกะไบต์) และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะออกแบบฟอร์ม การชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทยให้โดยอัตโนมัติ

5.3 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบประกอบด้วย

(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน)

(2) ค่ารรวมเนียมธนาคารและค่าบริการทางอินเทอร์เบ็ต จำนวน 30 บาท

(สามสิบบาทถ้วน)

ทั้งนี้ การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว และเมื่อสมัครสอบและชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบตามข้อ 5.2 แล้ว จะไม่จ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียม ในการสมัครสอบไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

5.4 ผู้สมัครสอบที่ประเงินค่ารรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว จะได้รับเลขประจำตัวสอบ หนดเลขประจำตัวสอบตามลำดับของการชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

5.5 ตั้งแต่
วันที่ 19 ตุลาคม 2569
ผู้สมัครสอบที่ชำระเงินคารรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว สามารถพิมพ์ใบสมัครถอบที่มีการระบุเลขประจำตัวสอบได้ โดยคลิกที่ปุ่ม “พิมพ์ใบสมัคร” แล้วกรอก หมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

6. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ

6.1. การสมัครสอบตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมี ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137

6.2 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 18 กันยายน 2569
ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหล้าสูตร ชั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

6.3 ผู้สมัครสอบสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว
โดยเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 คุณวุฒิ เท่านั้น เมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบได้

6.4 กรณีที่ผู้สมัครสอบมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูก ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และ คำนำหน้านาม ไนการสมัครสอบแข่งขัน จะต้องกรอกคำร้องขอแก้ข้อมูลการสมัครสอบ พร้อมแนบสำเนา เอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
recruit@mfa.go.th
ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลระบบ การรับสมัครทำการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 18 กันยายน 2529 เวลา 17.00 น.

6.5 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติ ทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครสอบให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือการรับรองข้อมูลของผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตาม ประกาศรับสมัครสอบ หรือเอกสารปลอม กระทรวงการต่างประเทศจะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทั้งนี้ ในกรณีผู้สมัครสอบยื่น เอกสารปลอม กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินคดีทางอาญาต่อไปด้วย

7. หลักสูตรการสอบแข่งขันและวิธีการสอบ

กระทรวงการต่างประเทศจะใช้ข้อสอบในการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งชุดเดียวกันสำหรับผู้สมัครสอบในตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการคุณวุฒิปริญญาตรีและปริญญาโท และเกเนฑ์การตรวจให้คะแนนของข้อสอบจะใช้ มาตรฐานเดียวกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

7.1 การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) เป็นการสอบปรนัย แบ่งเป็น 2 วิชา คือ

(1) วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (100 คะแนน)
เป็นข้อสอบภาษาไทยเพื่อหดลอบ ความรู้ความสามารถทั่วไปและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ/หรือยาวต่างประเทศในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ วัฒบรรรม กฎหมาย ฯลฯ ทั้งของประเทศไทยและของโลก รวมถึงความรู้ความสามารถทั่วไปและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกระทรวงการต่างประเทศ

(2) วิชาการใช้ภาษาอังกฤษ (100 คะแนน)
เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อทดสอบ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (Engliso Proficiency)

7.2 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ตะแนนเต็ม 200 คะแนน) เป็นการสอบอัตนัย แบ่งเป็น 2 วิขา คือ

7.2.1
วิชาความรู้ภาษาต่างประเทศ
(120 คะแนน) ประกอบด้วย

1) เรียงความภาษาต่างประเทศ (45 คะแนน)

โดยผู้สมัครสอบ. สามารถเลือกตอบเรียงความภาษาต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน รัสเซีย โปรตุเกส จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ เวียดนาม เขมร พม่” บาฮาซามาเลเซีย หรือบาราชาอินโดนีเซีย

2) ย่อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (40 คะแนน)

2) แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (20 คะแนน)

4) แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย (15 สะแนน)

3.2.2
วิชาความรู้สำหรับนักการทูต
(80 คะแนน) ประกอบด้วย

1) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (30 คะแนน)

2) เลือกทำสองในสามข้อของข้อสอบย่อยดังต่อไปนี้

(1) องค์การระหว่างประเทศ (25 คะแนน)

(2) เศรษฐกิจระหว่างประเทศ (25 คะแนน)

(3) กฎหมายระหว่างประเทศ (25 คะแนน)

โดยผู้สมัครสอบสามารถเลือกตอบวิชาความรู้สำหรับนักการทูตเป็นภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน รัสเซีย โปรตุเกส จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ เวียดนาม เขมร พม่า บาฮาซามาเลเซีย หรือบาฮาซาอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ สำหรับภาษาต่างประเทศยินที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ กระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการให้ผู้เชี่ยวชาญภาษานั้น ๆ เปลคำรอบเป็นภาษาไทย เพื่อให้กรรมการผู้ตรวจคำตอบดำเนินการต่อไป

7.3
การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1
(100 คะแนน)

เป็นการสอบสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล เพื่อทดสอบพื้นฐานความรู้สำหรับการทำงาน ในกระทรวงการต่างประเทศ และศรณเหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ โดยประเมิน ความเหมาะสมจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และประสบการณ์ เป็นต้น

ส่วนที่ 2
(100 คะแนน)

– เป็นการประเมินความเหมาะสมจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมกลุ่ม การหารือกลุ่ม (Group Discussior) การพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking) หรืยการสร้างสถานการณ์ จำลองในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ รูปแบบการทำกิจกรรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศจะสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปก่อน เมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และเมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป

8. หลักฐานที่ใช้แสดงตนในวันสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปและวันสอบแข่งขัน เพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง จึงยังไม่หมดอายุ และมีรูปถ่าย และเลขประจำตัวประชาชน 23 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีบัตรใดบัตรหนึ่งดังกล่าวแสดงตนในการเข้าสอบ กรรมการหรือเจ้าหน้าที คุมสอบจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาระเบียบการสอบแข่งขันด้วย นอกจากนี้ กรณีมีการเปลี่ยน ชื่อหรือชื่อสกุล ต้องนำสำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลดังกล่าวมามอบให้กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ คุมสอบด้วย

9. หลักฐานที่ต้องใช้ยืนยันตนก่อนวันเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

กระทรวงการต่างประเทศจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับ ตำแหน่ง และให้ผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งกรอก “แบบพอร์มข้อมูลประวัติย่อ” พร้อมแนบไฟล์ภาพถ่ายและเอกสาร/หลักฐานอย่างละ 1 ฉบับ ดังต่อไปนี้

– สำเนาปริญญาบัตร
และ
ลำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ฉบับสมบูรณ์ที่แสดะว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามที่ได้สมัครสอบแบ่งขัน (ข้อ 4.2) สำหรับผู้ที่มีระเบียน แสดงผลการศึกษาในรูปแบบ Digital Transcript สามารถใช้เอกสารดังกล่าวส่งได้

ในกรณีที่ยังไม่ได้รับปริญญาบัตรฉบับจริง ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษา ออกให้ (มิใช่หนังสือรับรองคาดว่าจะสำเร็จการศึกษา) โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติ ปริญญาบัตร ซึ่งต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่น,เทน พร้อมสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษาฉบับ สมบูรณ์

– สำหรับผู้ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ ให้..บบทคัดย่อ (Abstract) ของวิทยานิพนธ์ หรือสารนิพนธ์ (หากมี) พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย (สามารถแปลได้ด้วยตนเอง) หากหลักสูตรการศึกษาในต่างประเทศ ไม่กำหนดให้ทำวิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์ให้จัดทำหนังสือรับรองตนเองว่าสถาบันการศึกษาไม่กำหนดให้ต้องทำ วิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์

– สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ในกรณีที่ชื่อหรือชื่อสกุลในหลักฐาน การสนัศรสยบไม่ตรงกัน) หลักฐานการผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.8 หรือ สด.43 อย่างใดอย่างหนึ่ง

ทั้งนี้ สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำว่า
“รับรองสำเนาถูกต้อง”
และ
ลงชื่อวันที่
และระบุ
เลขประจำตัวสอบ
กำกับไว้มุมบนด้านขวาในทุกหน้าของสำเนาเอกสาร

10. หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

– ใบสมัครสอบที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ตและลงลายมือชื่อกำกับครบถ้วนแล้ว

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือไบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง ซึ่งยังไม่หมดอายุ และมีรูปถ่ายและเลยประจำตัวประชาชน 13 หลักระบุชัดเจนเท่านั้น หากไม่มีบัตรโดบัตรหนึ่งดังกล่าวแสดงตนในการเข้าสอบ กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ คุงสอบจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาระเบียบการสอบแข่งขันด้วย

11. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

กระทรวงการต่างประเทศจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบ

เกี่ยวกับการสอะเภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ทางเว็บไซต์
https://www.mfa.go.th/th/content/สยบนักการทูต
2569 และ
https://m/a.thaijobjou.corr:
เลือกหัวข้อ “รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและ แต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ ประจำปี 2569”

12. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง จะต้องสอบผ่านการสอบ เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปและการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยมี เกณฑ์การสอบผ่าน ดังนี้

12.1
การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
(200 คะแนน)

(1) วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ข้อเขียนปรนัย 100 คะแนน เกณฑ์การสอบผ่าน คือ สำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และสำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโทต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65

(2) วิชาการใช้ภาษาอังกฤษ ข้อเขียนปรนัย 100 คะแนน

เกณฑ์การสอบผ่าน คือ สำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 และสำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโทต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80

ผู้ที่จะถือว่าสอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปและเป็นผู้มีสิทธิ สอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ต้องผ่านทั้งสองวิชาตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น

12.2
การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
(200 คะแนน)

ผู้ที่จะถือว่าสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง สำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรี ต้องได้คะแนนรามสองวิชา วิชาความรู้ภาษาต่างประเทฮและวิชาความรู้สำหรับนักการทูต) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 และสำหรับผู้สมัครสอบ ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโทต้องได้คะแนนรวมลองวิชา (วิชาความรู้ภาษาต่างประเทศ และวิชาความรู้สำหรับนักการทูต) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 370

12.3
การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
(200 คะแนน)

ผู้ที่จะถือว่าสอบผ่านการลอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง สำหรับ ผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีต้องได้คะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 25 และสำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโทต้องได้คะแนนในการสอบแทงขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

12.4
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ให้ถือเกณฑ์ ดังนี้

– สำหรับผู้สมัครสอบที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรี ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนน ดังนี้

1) การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และวิชาการใช้ภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75

2) การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 65
และ

3) การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65

สำหรับผู้สมัครสอบ ที่มี
คุณวุฒิระดับปริญญาโท
ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนน ดังนี้

1) การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 และวิชาการใช้ภาษาอังกฤษไม่ตำกว่าร้อยละ 80

2) การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
และ

3) การสอบแบงขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

รายละเอียดแนบท้ายประกาศ

ตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ

จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
60 อัตรา

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้นที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ ปฏิบัติงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) แสวงหา ศึกษา ติดตาม และรวบรวม ข้อมูลข่าวสารด้านการทูตและต่างประเทศ.พื่อวิเคราะห์ และใช้ประกอบการกำหนด และดำเนินนโยบายของรัฐบาลในด้านการทูตและการต่างประเทศ

(2) จัดเตรียมข้อมูลภูมิหลังของเรื่องต่าง ๆ จัดกำประเด็นหารือ จดบันทึกการประชุม ทำรายงาน และประสานงานสำหรับการประชุมระหว่างประเทศ และการประชุมในประเทศ กับหน่วยงานไทยต่าง ๆ การเจรจา การเยือน และโอกาสอิน ๆ ตลอดจนการติดตามผล เพื่อให้การเยือน การประชุม และการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจน การคิดตามผล บรรลุเป้าหมายตามนโยบาย

(3) ยกร่างสุนทรพจน์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบสำหรับบุคคลในระดับ และโอกาสต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามบรรทัดฐานที่วงการทูตสากสถือปฏิบัติ

(4) รวบรวม. จัดทำข้อมูลสำหรับการประชาสัมพันธ์ เขียนข่าวสารนิเทศ เผยแพร่ข่าวสารที่จำเป็น และน่าสนใจในด้านต่าง ๆ แก่ผู้สนใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยแก่การดำเป็น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้ง การติดตาม สรุปรายงานข่าวสารเกี่ยวกับภาพลักษณ์ประเทศไทย การต่างประเทศของไทย และดำเนินงานเกี่ยวกับ การทูตเชิงวัฒนารวม

(5) ศึกษา ติดตาม รวบรวมข้อมูล และเสนอข้อคิดเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญ” กฎหมายภายใน กฎหมายระหว่างประเทศ การยกร่างพระราชบัญญัติ และจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาจัดทำความตกลงระหว่าง ประเทศและสนธิสัญญา และเรื่องเขตแดนของประเทศ เพื่อปกป้องคุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ของประเทศ สวัสดิภาพ ของประชาชนชาวไทย รวมทั้งด้านการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

(6) เป็นผู้แทนของประเทศและของรัฐในระดับพื้นที่ประจำการอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ หรือหน่วยงานของรัฐบาลที่มีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นในต่างประเทศ เพื่อการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ตามบรรทัดฐานที่วงการทูตสากลถือปฏิบัติ

(7) พิจารณาการวางแผน เลนอ และดำเนินโครงการความร่วมมือกับประเทศที่รับผิดชอบ ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ตามแนวนโยบายการต่างประเทศของไทย เพื่อการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ ระหวางประเทศตามเป้าหมายที่กำหนด

(8) จัดทำการประเมินผลงาน การรายงานผลการปฏิบัติงาน การจัดทำตัวชี้วัดของงาน ในส่วนที่ รับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง

(9) จัดทำโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ตามที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ เพื่อการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(10) ศึกษาติดตาม รวบรวมข้อมูล และเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านพิธีการทูต และกฎหมายภายในประเทศที่เกียวข้องกับการให้เอาสิทธิและความคุ้มกันทางการทูดแก่คณะทูตานุทูต กงสุล และองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระหวางประเทศ

(11) กำหนดนโยบาย และทำทิของไทยร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงาน ขององค์การระหว่างประเทศ และต่อประเด็นปัญหาระดับโลก หรือระดับภูมิภาค ที่มีการหารือในเวทีระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบหรือเป็นประโคฯน์ต่อไทย เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอาทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและ ผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้าง ความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหา บรรยาย ชี้แจง และให้ความรู้ เกี่ยวกับงานการทูต และการต่างประเทศ ในความรับผิดชอบ ในระดับเบื้องต้นแก่บุคคลหรือหน่วยงาน เพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความชำนาญ ด้านทาทูด และการต่างประเทศแก่ผู้ที่สนใจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเทศที่รับผิดขอบ ให้สาธารณชนไทยได้รับทราบ และเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนิน ยุทธศาสตร์ด้านการล่างประเทศในภาพรวมต่อไป รวมทั้งเป็นโอกาสในการได้รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย ว่ามีทัศนคติอย่างไรต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทย

(2) ดำเนินงานด้านกงสุล อาทิ การตรวจลงตราแก่ชาวต่างชาติ งานด้านสัญจาติ และนิติกร ดูแส การจัดทำหนังสือเดินทาง การให้ความช่วยเหลือคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ และการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพื่อการดำเนินงานด้านกงสุลอย่างมีประสิทธิภาพ

(3) ดำเนินงานด้านพิธี การชุด อาทิ การอำนวยความสะตากร้านเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ทางการทูตแก่คณะทูตานุทูด กงสุล และองค์การระหว่างประเทศ ในประเทศไทย งานเกี่ยวกับระเบียบพิธีการทูต การให้การรับรองแขกต่างประเทศ และการเยือนของพระบรมวงศานุวงศ์ และบุคคลสำคัญ เพื่อการดำเนินงานด้าน พิธีการทูตตามบรรทัดฐานที่วงการทูตสากลถือปฏิบัติ

(4) ให้คำปรึกษา และข้อเสนอแนะ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในการดำเนินความสัมพันธ์ และ การเข้าร่วมกิจกรรมของไทยในองค์การระหว่างประเทศ พื่อการดำเนินงานด้านต่างประเทศอย่างมีประสิทธิผล

ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่ผู้สมัครถอบควรมี

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการต่างประเทศในมิติต่างๆ ความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ในประเทศไทยและในโลก กฎหมาย กฎระเบียบราชการ รวมถึงมาตรฐานและ พันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง มีความรอบคอบ รอบรู้ มีความตินตัวสนใจทิจะแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มีความสามารถในการสื่อสาร เจรจาโน้มน้าว มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เป็นอย่างดี ช่างสังเกตและสามารถตีความทั้งวจนภาษาและอวจนภาษา สามารถเป็นตัวแทนในเวทีระหวางประเทศโดยตระหนักรู้ ถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองระหว่างประเทศ มีความเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม สามารถคิด

วิเคราะห์ มองภาพองค์รวม คาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การประสานงาน การศึกษา รวบรวม ติดตาม จัดการ และนำเสนอข้อมูล มีจิตบริการสาธารณะ มีความยืดหยุ่น คล่องตัว ริเริ่มสร้างสรรค์ และการดำเนินการเชิงรุก

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น