สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว 11 อัตรา วุฒิ ม.ต้น ขึ้้นไป ปวช. ป.ตรี ป.โท รับสมัครระหว่าง 9-30 มี.ค. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 856 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ลูกจ้างชั่วคราว
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ไม่ต้องผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
11 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
11,380 – 21,180 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ม.ต้น ขึ้้นไป ปวช. ป.ตรี ป.โท
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
9-30 มี.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ
  2. นักวิชาการเงินและบัญชี
  3. นักวิชาการโสตทัศนศึกษา
  4. เจ้าพนักงานธุรการ
  5. พนักงานขับรถยนต์

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว รับสมัครตั้งแต่ 9-30 มี.ค. 2569

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

เรื่อง
รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน

1. ตำแหน่งที่รับสมัคร จำนวน 11 อัตรา ดังนี้

1.3 ตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ (วุฒิปริญญาโท) จำนวน 5 อัตรา อัตราเงินเดือน 21,180 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

1.2 ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี (วุฒิปริญญาตรี) จำนวน 1 อัตรา อัตราเงินเดือน 18,150 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

1.3 ตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษา (วุฒิปริญญาตรี) จำนวน 1 อัตรา อัตราเงินเดือน 18,150 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

1.4 ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ (วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ) จำนวน 2 อัตรา อัตราเงินเดือน 11,380 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

1.5 ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ (วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป) จำนวน 2 อัตรา อัตราเงินเดือน 11,380 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งตามข้อ 1 เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้าย

ประกาศนี้

3. การรับสมัครสอบ

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต (Intemet) ตั้งแต่วันที่ 9 – 30 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอน ดังนี้

สมัครทาง
https://sepo.thaijobjob.com/

การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก ทางเว็บไซต์
https://www.sepo.go.th
หัวข้อ “ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ เข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน”

7. วิธีการคัดเลือก

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการคัดเลือก ดังนี้

7.1 ทดสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ

7.1.1 กรณีผู้สมัครสอบคัดเลือกในตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ (วุฒิปริญญาโท) ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี (วุฒิปริญญาตรี) และตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษา (วุฒิปริญญาตรี) ต้องเข้ารับ การทดสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่งโดยวิธีสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

7.1.2 กรณีผู้สมัครสอบคัดเลือกในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ (วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่งโดยวิธีสอบปรนัย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

7.1.3 กรณีผู้สมัครสอบคัดเลือกในตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ (วุฒิมัธยมศึกษา ตอนต้นขึ้นไป) ต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง โดยการทดสอบ ความสามารถในการขับขี่รถยนต์โดยสารขนาด 12 ที่นั่ง (รถตู้) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

7.2 การสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่ง จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณาความเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงที วาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็น

สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ กรณีตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ (วุฒิปริญญาโท) ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี (วุฒิปริญญาตรี) ตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษา (วุฒิปริญญาตรี) และตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ (วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานในตำแหน่งที่สมัคร โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และกรณี ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ (วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป) ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่านการทดสอบความสามารถ ทักษะและสมรรถนะในตำแหน่ง โดยการทดสอบ ความสามารถในการขับขี่รถยนต์โดยสารขนาด 12 ที่นั่ง (รถตู้) โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน

ตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ (วุฒิปริญญาโท)

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำกับ ดูแล ประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ และการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ศึกษา วิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานรายแห่ง และรายสาขาอุตสาหกรรม และจัดทำรายงานการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่า รัฐวิสาหกิจ

(2) ศึกษา วิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อเสนอแนะ สรุปผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ และใช้ประกอบการบริหาร และปรับปรุงประสิทธิภาพ รัฐวิสาหกิจ

(3) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจ และกิจการที่รัฐ ถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำกับดูแลให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลัง และกรรมการอื่นในรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด ภายใต้กฎหมายหรือระเบียบหลัก เช่น พระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติคุณสมบัติ มาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

(1) ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทุกฝ่าย

(2) สำรวจและจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติหรือจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวกับงานด้านรัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนการศึกษาวิเคราะห์หรือประกอบการกำหนดนโยบายหรือแผนงานต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

(3) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำเอกสาร คู่มือ เอกสารเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง พัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ วิธีการ หรือประยุกต์นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจ ในเรื่องต่างๆ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชารัฐศาสตร์ หรือสาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ (สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ)

หลักสูตรและวิธีการสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง

1. ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจ (วุฒิปริญญาโท) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้

1.1 ทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ

1.2 ทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ

1.3 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร เช่น ระบบการวางแผน เชิงยุทธศาสตร์ การบริหารและพัฒนาองค์กร การควบคุมภายใน การกำกับดูแลองค์การที่ดี การบริหาร การเงินองค์กร เป็นต้น

2. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณา ความเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็น ของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่ง โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี (วุฒิปริญญาตรี)

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ ในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านวิชาการเงินและบัญชี ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านปฏิบัติการ

(1) จัดทำบัญชี เอกสารรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงิน ทั้งเงินในและเงินนอก งบประมาณ เงินทุนหมุนเวียน เพื่อแสดงสถานะทางการเงินและใช้เป็นฐานข้อมูลที่ถูกต้องตามระเบียบวิธีการ บัญชีของส่วนราชการ

(2) รวบรวมข้อมูล และรายงานการเงินของส่วนราชการ เพื่อพร้อมที่จะปรับปรุงข้อมูล ให้ถูกต้องและทันสมัย

(3) จัดทำและจัดสรรงบประมาณแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณตรงกับ ความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของแต่ละหน่วยงาน

(4) ศึกษา วิเคราะห์ผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ การใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดทำและจัดสรรงบประมาณ

(5) ดูแลการรับและจ่ายเงิน สถานะทางการเงิน ตรวจสอบเอกสารสำคัญการรับ – จ่ายเงิน เพื่อให้การรับ – จ่ายเงินขององค์กรมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติการถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของราชการ

(6) ถ่ายทอดความรู้ด้านการเงินและบัญชี แก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา เช่น ให้คำแนะนำ ในการปฏิบัติงาน วางโครงการกำหนดหลักสูตรและฝึกอบรม จัดทำคู่มือประจำสำหรับการฝึกอบรมและวิธีใช้ อุปกรณ์เครื่องมือที่ถูกต้อง เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและ ข้อกำหนด

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานงานทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านบริการ

(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาและชี้แจงเกี่ยวกับงานการเงินและบัญชีที่ตนมีความรับผิดชอบ ในระดับเบื้องต้นแก่หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้สนใจได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์

(2) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุง หรือจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับงานการเงินและบัญชี เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน และใช้ประกอบ การพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ มาตรการต่างๆ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

1. ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี (วุฒิปริญญาตรี) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้

1.1 ทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

1.2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี ความรู้เกี่ยวกับการบัญชี การเงิน ความรู้เกี่ยวกับการบัญชีบริหาร การวิเคราะห์งบประมาณและการเงิน เป็นต้น

2. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณา ความเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็นสมรรถนะ ที่จำเป็นของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่ง โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

3. มีหลักประกันการจ้างตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 04820/ว 106 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2562 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ ข้อ 3 คุณสมบัติของผู้สมัคร ลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงาน ข้อ 3.2

ตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษา (วุฒิปริญญาตรี)

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น เกี่ยวกับงานด้านวิชาการโสตทัศนศึกษาที่ต้องใช้ ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ ปฏิบัติงานและตัดสินใจ ภายใต้การกำกับ แนะนำหรือตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) จัดเตรียมและควบคุมการใช้อุปกรณ์ประเภทเครื่องเสียง เครื่องฉาย การผลิตวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดแสดงหรือบรรยาย เพื่อให้การแสดงหรือบรรยายที่ต้องอาศัยเครื่องเสียงหรือเครื่องฉาย ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความเหมาะสม

(2) ช่วยเขียน เรียบเรียง คำบรรยายภาพ คำบรรยายแผนภูมิ บทรายการวิทยุ ภาพยนตร์ หรือโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ หรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ

(3) จัดหา ดูแล รักษา ซ่อมแซม เครื่องเสียง เครื่องฉาย ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดี ประหยัดงบประมาณของหน่วยงาน และดำเนินงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน หรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

ให้คำปรึกษา แนะนำในด้านการใช้ บำรุงรักษาเครื่องเสียง เครื่องฉาย ตลอดจน โสตทัศนูปกรณ์แก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการโสตทัศนศึกษาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาโสตทัศนศึกษา สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารมวลขน หรือสาขาวิชาเวชนิทัศน์ หรือสาขาวิขาใดสาขาวิชาหนึ่งหรือหลายสาขาวิชาดังกล่าว ในทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ

หลักสูตรและวิธีการสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง

1. ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งนักโสตทัศนศึกษา (วุฒิปริญญาตรี) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้

1.1 ทดสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

1.2 ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานโสตทัศนศึกษา

2. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณา ความเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็น ของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่ง โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

หลักสูตรและวิธีการสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง

1. ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ โดยวิธีการสอบปรนัย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ดังนี้

1.1 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565

1.2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

1.3 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544

2. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณา ความเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นโดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็น ของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่ง โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ (วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป)

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ขับรถยนต์ส่วนกลาง บำรุงรักษาทำความสะอาดรถยนต์ แก้ไขข้อขัดข้องในการใช้รถยนต์ ดังกล่าว และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

(1) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าขึ้นไป

และยังไม่หมดอายุ

(2) มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถยนต์สาธารณะ ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก

(3) มีความสามารถในการขับขี่รถยนต์โดยสารขนาด 12 ที่นั่ง (รถตู้)

หลักสูตรและวิธีการสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง

1. ทดสอบความสามารถ ทักษะและสมรรถนะในตำแหน่ง โดยการทดสอบความสามารถ ในการขับขี่รถยนต์โดยสารขนาด 12 ที่นั่ง (รถตู้) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

2. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติ การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และพิจารณาความเหมาะสม จากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ คุณธรรมจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็น ของตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีสิทธิสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องผ่าน การทดสอบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในตำแหน่ง โดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น