สมัครออนไลน์
- พนักงานบริหารทั่วไป
- ช่างเทคนิค
- วิศวกร
- มัณฑนากร
- นักบัญชี
- พนักงานการเงิน
- นักวิชาการ
- พนักงานการตลาด
- พนักงานประชาสัมพันธ์
- นิติกร
- พนักงานพัสดุ
- นักทรัพยากรบุคคล
- พนักงานวางแผน
- พนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว
- พนักงานการตลาด

ประกาศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานหรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททท.
ด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงาน จำนวน 23 อัตรา หรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททท. จํานวน 5 อัตรา โดยมีรายละเอียดการรับสมัคร ดังนี้
1. ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบคัดเลือก
พนักงาน
ปริญญาโท (ระดับ 4)
ตำแหน่งที่ 1 พนักงานบริหารทั่วไป 4 จำนวน 2 อัตรา
ปริญญาตรี (ระดับ 3)
ตำแหน่งที่ 2 ช่างเทคนิค 3 จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 3 วิศวกร 3 จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 4 มัณฑนากร 3 จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 5 นักบัญชี 3 จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 5 พนักงานการเงิน 3 จํานวน 4 อัตรา
ตำแหน่งที่ 7 นักวิชาการ 3 จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 8 พนักงานการตลาด จํานวน 5 อัตรา
ตำแหน่งที่ 9 พนักงานประชาสัมพันธ์ 3 สำนักผู้ว่าการ จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 10 พนักงานประชาสัมพันธ์ 3 ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จำนวน 2 อัตรา
ลูกจ้าง ททท. (ลูกจ้างประจำ)
ตำแหน่งที่ 11 ลูกจ้างทำหน้าที่นิติกร จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 12 ลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานพัสดุ จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 13 ลูกจ้างทำหน้าที่นักทรัพยากรบุคคล จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 14 ลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานวางแผน กองวิจัยการตลาดการท่องเที่ยว จํานวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 15 ลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งที่ 16 ลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานการตลาด จำนวน 1 อัตรา
ทั้งนี้ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ คุณวุฒิและคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง รายละเอียดตาม เอกสารแนบท้ายประกาศ
2. คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
(3) สามารถทำงานให้แก่ ททท. ได้เพิ่มเวลา
(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(5) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยน.ระมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษหรือนั้นระยะเวลา การรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษ แล้วแต่กรณี เกินห้าปี
(6) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกสีหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(7) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งข้าราชการการเมือง ลูกจ้างของกระทรวง ทบวง กรม ลูกจ้างของกระทรวง ทบวง กรม หรือ ทบวงการเมืองซึ่งมีฐานะเทียบเท่าพนักงานส่วนท้องถิ่น และสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือสภากรุงเทพมหานคร และผู้บริหารท้องถิ่น นับแต่วันเข้าปฏิบัติงานใน ททท.
(8) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง นับแต่วันเข้าปฏิบัติงานใน ททท.
(9) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟันเฟือน ไม่สมประกอบ
(10) ไม่เป็นโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ
(ข) โรคเท้าข้างในระยะทิปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม
(ค) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(ง) โรคพิษสุราเรื้ครั้ง
(จ) โรคสิตสหร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นขัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
(11) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่
(12) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียเกี่ยวกับการพนันหรือมีพฤติกรรมมั่วสุม เล่นการพนัน
3. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก. ของ ททท. ตามประกาศ ททท. เรื่อง การขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านภาค ก. ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2568
และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ ตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดตามประกาศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรื่อง การรับสมัครบุคคล เพื่อบรรจุเป็นพนักงานหรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททช.
4. การสอบคัดเลือก
แบ่งเป็น 2 ภาค ดังนี้
4.1 การสอบภาค ข. วิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
4.2 การสอบภาค ค. (ภาคสัมภาษณ์) ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
โดยพิจารณาจาก
ก. บุคลิก ลักษณะที่เหมาะสม และประสบการณ์
ข. สมรรถนะหลัก (Core Competency)
5. รูปแบบการรับสมัคร
ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครสอบได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่ไม่เกิน 4 ตำแหน่ง ทั้งนี้ เมื่อสมัครแล้วจะแก้ไขตำแหน่งที่สมัครไว้แล้วไม่ได้
การสมัครสอบภาค ข.
ตามตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร โดยผู้สมัครสามารถสมัครสอบเป็น พนักงานหรือลูกจ้าง ททท. ได้ทั้ง 2 ประเภท และสามารถเลือกสอบได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง แต่ไม่เกิน 4 ตำแหน่ง ตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ระบุไว้
6. การรับสมัคร
6.1 เกิดรับสมัครทางระบบ Online
ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 – 25 กุมภาพันธ์ 25569 ตลอด 24 ชั่วโมง
(ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ทาง
https://tat.thaijobjob.com
6.2 ผู้สมัครสอบต้องกรอกข้อความในโบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติตาม ขั้นตอนที่กำหนดในระเบียบการรับสมัคร
6.3 ผู้สมัครสอบต้องมีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิ สมัครสอบ
โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติของสถานศึกษานั้น ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดจะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
6.4 ในการสมัครสอบตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6.5 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบ ในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติ ทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานที่ผู้สมัครสอบน้ามายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสอบตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
6.6 ททท. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีคุณวุฒิและคุณสมบัติตามประกาศ รับสมัครและเอกสารแนบท้ายประกาศนี้เท่านั้น และผู้สมัครต้องยอมรับในผลการตัดสินของ ททท. โดยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
7. การชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
ผู้สมัครสามารถพิมพ์ใบสมัครและแบบฟอร์มการชำระเงินค่รรรมเนียมการสอบในกระดาษ ขนาด A4 หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ ในขณะนั้นให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล
กรณีที่ไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสอบ สามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมการสอบตำแหน่งสายงานละ 260 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคาร 30 บาท
การชำระค่าธรรมเนียมในการสมัคร สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1 การชำระเงินทางเคาน์เตอร์ บมจ. กรุงไทย
ให้ผู้สมัครนำแบบฟอร์มการชำระเงินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ บมจ. กรุงไทย ทุกสาขา ทั่วประเทศในวันและเวลาทำการชนาการ ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อชำระเงินแล้วให้เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน
2. การชำระเงินทางระบบอินเตอร์เน็ต ผ่าน Krungthai Next
ให้ผู้สมัครปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ โดยสามารถชำระเงินได้ ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.00 น. และให้พิมพ์ หน้ายืนยันการชำระเงินจากเว็บไซต์เก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
8. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาคข้อเขียน (ภาค ข.) วัน เวลา และสถานที่สอบ
ททท. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ข.
ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2569
ทาง
https://tat.thaijobjob.com
โดย ททท. กำหนดสอบภาค ข.
ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 และวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยรังสิต
ทั้งนี้ วันและเวลาที่สอบขึ้นอยู่กับ ตำแหน่งสายงานที่ผู้สมัครเลือกสอบ ตามตารางการสอบแ
ข้อปฏิบัติในวันสอบข้อเขียน
ก. ผู้สมัครสอบต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย
ข. ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบรายชื่อ และเข้าสอบตามวัน เวลา และสถานที่สอบ
ที่กำหนด
ค. ผู้สมัครสอบจะต้องนำหลักฐานดังต่อไปนี้ มาเป็นหลักฐานในการเข้าสอบมิฉะนั้น จะไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบ
(1) บัตรประจำตัวสอบที่พิมพ์จากระบบ Online ที่มีรูปถ่ายชัดเจน ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 9 นิ้ว ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 5 เดือน (นับถึงวันปิดรับสมัคร) พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในบัตรประจำตัวสอบให้ครบถ้วน
(2) บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และยังไม่หมดอายุมาแสดง (ตัวจริง)
กรณีมีการเปลี่ยนชื่อและหรือนามสกุลหลังจากสมัครสอบแล้ว ผู้สมัครต้อง นำใบเปลี่ยนชื่อและหรือนามสกุลมาแสดงยืนกันด้วย
4. ผู้สมัครสอบควรไปถึงห้องสอบก่อนเริ่มสอบไม่น้อยกว่า 30 นาที ผู้ที่ไปถึงห้องสอบ หลังจากเวลา ที่กำหนด 130 นาที ไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบ
จ.ห้ามนำาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบ ภายหลังจะถืองาผู้สมัครสอบมีเจตนาทุจริต และจะไม่มีสิทธิเข้ารับการสอบคัดเลือกโดยเด็ดขาด
9. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบภาค ข.
ททท. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบภาค ข.
ในวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569
ทาง
attps://tat.thaijobjob.com
โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกภาค ข. จะต้องนำหลักฐานมายืนประกอบ การรายงานตัวและตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อเข้ารับการสอบภาค ค. (ภาคสัมภาษณ์)
ในระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2569
โดยนำหลักฐานเอกสารฉบับจริงเพื่อประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติ ดังนี้
(1) ใบสมัครที่พิมพ์จากการกรอกสมัครทางระบบ Online ที่มีรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
(2) บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับรถที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
(3) ทะเบียนบ้าน
(4) หลักฐานการศึกษาที่แสดงว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่ง ที่สมัครสอบ ประกอบด้วย
4.1 ระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ฉบับสมบูรณ์
4.2 ปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ (กรณียังไม่ได้รับ
ปริญญาบัตร)
(5) ใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
(6) ) สำเนาใบเปลี่ยนชีท นามสกุล (ถ้ามี)
(7) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.8 หรือ สด.43) หรือหลักฐาน ที่แสดงว่าได้รับการยกเว้น (เฉพาะผู้สมัครเพศขาย)
(8) หลักฐานอื่นๆ เช่น เอกสารแลคงประสบการณ์ในการทำางาน เอกสารแสดงความรู้ ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศอื่นๆ (ถ้ามี)
ทั้งนี้ ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกที่ยื่นเอกสารนั้นจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอม เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของต้น โดยให้ ททท. ทำการตรวจสอบในสวนที่เป็นข้อมูลชาวสาร สวนบุคคลของเอกสารหลักฐานที่ได้ยินไว้ต่อ ททท. เพื่อประกอบการรายงานตัวได้ ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่ ททท. จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของเอกสารหลักฐานที่ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกภาคข้อเขียน ได้นำมายื่นประกอบการรายงานตัวต่อ ททท.
10. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ (ภาค ค.) วัน เวลา และสถานที่สอบ
ททท. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. ภายหลังจากได้ตรวจเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว ทาง
https://tat.thaijobjob.com
ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569
11. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วัน เวลาและสถานที่ในการรายงานตัว
ททท. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ในวันศุกร์ที่
22 พฤษภาคม 2569
โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องมารายงานตัว ในระหว่างวันที่
23-27 พฤษภาคม 2569
เพื่อบรรจุ เป็นพนักงานหรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททท. ณ งานบรรจุและแต่งตั้ง กองบริหารงานบุคคล ชั้น 7 อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ ภายในวันและเวลาที่ ททท. กำหนด นำหลักฐานมายืนเพื่อประกอบการรายงานตัว ดังนี้
(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 3 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(2) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 3 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) ใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน และ..สดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566 คือ
– โรคเท้าข้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
– โรคติดยาเสพติดให้โทษ
– โรคพิษสุราเรื้อรัง
– โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและ เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
(4) ผล X RAY ปอด (ให้แพทย์ระบุในใบรับรองแพทย์) ไม่ต้องยื่นฟิล์ม X-ray
ทั้งนี้ หากไม่มารายงานตัวตามวัน เวลา ที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์การเข้ารับการบรรจุ เป็นพนักงานหรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททท.
อนึ่ง สำหรับตำแหน่งพนักงานการตลาดและตำแหน่งลูกจ้างทําหน้าที่พนักงาน การตลาด (ปฏิบัติงาน ณ ททท. สำนักงานสาขาในประเทศ) ผู้สมัครที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นลูกจ้าง ททท. ไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านตามข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วย ค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงานประจำในประเทศ พ.ศ. 2549 และข้อบังคับ ททท.ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของ ผู้ปฏิบัติงานประจำในประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน จะต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานแรกบรรจุเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุ และแต่งตั้ง
12. การขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านภาค ข. และบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
ททท. จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านภาค ฯ. และบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก โดยผู้ที่อยู่ ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวจะมีอายุ 2 ปี นับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี
13. การกำหนดอัตราเงินเดือน และอัตราค่าจ้าง
อัตราเงินเดือน
(1) วุฒิการศึกษาปริญญาไท ได้รับอัตราเงินเดือนระดับ 6 ชั้น 22,580 บาท
(2) วุฒิการศึกษาปริญญาตรี
ก. หลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ได้รับอัตราเงินเดือนระดับ 3
ขั้น 20,640 บาท
ข. หลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 4 ปี ได้รับอัตราเงินเดือนระดับ แก
ชั้น 18,370 บาท
อัตราค่าจ้าง
วุฒิการศึกษาปริญญาตรี
ก. หลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี ได้รับอัตราค่าจ้างเดือนละ 20,640 บาท
ข. หลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 4 ปี ได้รับอัตราค่าจ้างเดือนละ 18,370 บาท
คลิกที่นี่เพื่ออ่าน
ประกาศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรื่อง การขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก.
0 ความคิดเห็น