กรมวิชาการเกษตร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ครั้งแรก 4 อัตรา วุฒิ ปวท. ปวส. อนุปริญญา ป.ตรี รับสมัครระหว่าง 16 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 1,178 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
ครั้งแรก 4 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
18,150 – 19,970 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ปวท. ปวส. อนุปริญญา ป.ตรี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
16 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ
  2. นายช่างโยธาปฏิบัติงาน

กรมวิชาการเกษตร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 16 มี.ค. - 3 เม.ย. 2569

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ

ในตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชสวน) ตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชไร่) และตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ

หน่วยที่ 1
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชสวน)

อัตราเงินเดือน 18.150 19,970 บาท

หน่วยที่ 2
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืขไร)

อัตราเงินเดือน 38,150 – 15,970 บาท

หน่วยที่ 3
ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน

ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรืออนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี อัตราเงินเดือน 13.130 – 15,450 บาท

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี

อัตราเงินเดือน 13,920 – 15.320 บาท

ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนให้เป็นไปตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรองเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 หรือที่ ก.พ. จะกำหนด

2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก

ปรากฏตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปรากฏตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

4.3 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีหายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือน

ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลล้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำาผิดวินัย ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน ในหน่วยงานอื่นของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้าม ตาม ข. (4) (6) (7) (8) (1) (20) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรานี มีลักษณะต้องห้าม ตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการในเกินสามปีแล้ว และต้องมีใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 1 (1) ให้มีสิทธิ สมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจาก การเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ที่ นว 84/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ปรากฏตามรายละเอียด
แนบท้ายประกาศนี้

5. การรับสมัครสอบ

5.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่
16 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2569
ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอน ดังนี้

(1) เปิดเว็บไซต์
http://doa.thaijobjob.com

(2) กรทุกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ

(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินในกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ. File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล

ในกรณีไม่สามารถทีมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถ เข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูสใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูล ในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้

5.2 การชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ

5.2.1 การชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ผู้สมัครสอนนำแบบฟอร์มการชำระเงินตามข้อ 5.1 (3) ไป ชำระเงิน ที่เคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 4 เมษายน 2569 ภายในเวลาทำการของะนาคาร

5.2.2 การชำระเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (KTB netbank)

ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินทีมี QR Code ให้ผู้สมัครสอบ สามารถสแกนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น “Krungthai NEXT” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใน
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เริ่มเปิดรับชำระเงินตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 4 เมษายน 2569
ปิดรับชำระเงิน เวลา 22.00 น.

และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย ทั้งนี้ การสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชำระค่าธรรมเนียม ในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้วภายในวันและเวลาที่กำหนด

5.3 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 330 บาท จึงประกอบด้วย

(1) ค่ายรวมเนียมสอบ จํานวน 300 บาท

(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท
เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว จะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

5.4 ผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว จะได้รับเลขประจำตัวสอบ ตามลำดับของการชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ และผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์ใบสมัครที่มี เลขประจำตัวสอบได้
ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569

6. เรือนไข่ในการรับสมัครสอบ

6.1. ผู้สมัครสอบสามารถ
สมัครสอบได้เพียงครั้งเดียวและตำแหน่งเดียวเท่านั้น
เมื่อสมัครและเลือกตำแหน่งแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้

6.2 ผู้สมัครสอบ จะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุยบสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ
คือวันที่ 3 เมษายน 2569
ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นปริญญา บัตร/ประกาศนียบัตร ของสถานศึกษาโด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรีกระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

6.3 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรอง ความถูกต้องข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรามทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 137

6.4 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดจะอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัคร ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่า เอกสารหลักฐานคุณวุฒิซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ กรมวิชาการเกษตร จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาตคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียม ในการสมัครสอบ

7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

กรมวิชาการเกษตรจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบ เกี่ยวกับการสอบให้ทราบ
ในวันที่ 21 เมษายน 2569
ณ กองการเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร ตึกกสิกรรม ชั้น 4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่เว็บไซต์
http://doa.thaijobjob.com
และที่เว็บไซต์
www.doa.go.th
(หน่วยงานในสังกัด ส่วนกลาง กองการเจ้าหน้าที่ ข่าวสาร ข่าวสอบ)

8. หลักสูตรและวิธีการสอบ

8.1
การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

ปรากฏตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

8.2
การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
คะแนนเต็ม 100 คะแนน

กรมวิชาการเกษตรจะทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีการสัมภาษณ์ หรือวิธีอื่น เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ ทวงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง

ทั้งนี้ จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิ เข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

9. หลักฐานการสมัครสอบ

9.1 หลักฐานที่ต้องขึ้นในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

(1) ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ตให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และ ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 10 x 1.5 นิ้ว และลงลายมีหรือในใบสมัครให้ครบถ้วน

(2) สำเนาปริญญาบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of recores) (เฉพาะผู้สมัครสอบตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชสวน) และตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชไร่)) สำเนาประกาศนียบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of records) (เฉพาะผู้สมัครสอบ ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยจะต้องสำเร็จ การศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรชั้นปริญญาบัตร/ประกาศนียบัตร ของสถานศึกษาโดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียนที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ ของสถานศึกษ สถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร
คือวันที่ 3 เมษายน 2569

ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายินพร้อมใบสมัครสอบได้ให้นำหนังศึก รับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาทอกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร/ประกาศนียบัตร ซึ่งจะต้องอนุมัติภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทน

(3) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (กรณีที่ ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน 3 ฉบับ สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบ

กำกับไว้ที่มุมบนด้านขวาทุกหน้าสำเนาเอกสาร

9.2 หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

(1) หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ระดับเดียวกันกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบ หรือสูงกว่า จำนวน 1 ฉบัน

กรณีที่ผู้สมัครสอบใช้หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ระดับที่สูงกว่า จะต้องแนบสำเนาหลักฐานการศึกษาในระดับที่สูงกว่าที่สำเร็จ การศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติแล้ว

ผู้สมัครสอบในตำแหน่งนายช่างโยราปฏิบัติงานที่ใช้คุณวุฒิอนุปริญญาในการสมัครสอบ ให้ยื่นหนังสือรับรองจากสถานที่ศึกษาว่าเป็นอนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี หรือ 3 ปี จำนวน 1 ฉบับ

(2) บัตรประจำตัวประชาชน

10. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้จะต้องเป็นผู้ที่สอบได้คะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อวัด ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย

หน่วยที่ 1
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชสวน)

จำนวนอัตราว่างครั้งแรก
จำนวน 2 อัตรา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการเกษตรเกี่ยวกับพืชสวน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ศึกษา พัฒนา ระบบการควบคุม การผลิต การจำหน่าย การนำเข้า การส่งออกพืช พันธุ์พืช ปุ๋ย วัตถุมีพิษ ยาง รวมทั้งศึกษา พัฒนาระบบการคุ้มครองพันธุ์พืช และการค้าพืขตามอนุสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

(2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาด้านพืชสวนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ด้านพฤกษศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ การปรับปรุงพันธุ์ การขยายพันธุ์ วิทยาการด้านพันธุ์ การเขตกรรม การอารักขฯ งานวิทยาการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง งานด้านการผลิตสารบำรุงพืช และอื่น ๆ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทางการเกษตร และช่วยพัฒนาผลผลิต ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้งผลกระทบของภูมิอากาศต่อการเกษตร

(3) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับดิน น้ำและการชลประทาน ปุ๋ย วัตถุมีพิษการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตพืชและปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ

(4) ศึกษา วิเคราะห์ สถานการณ์การผลิต การตลาดของพืช สินค้าเกษตรและสินค้า เกษตรแปรรูป เช่น ปริมาณการผลิต การตลาด ราคาผลผลิต ภัยธรรมชาติ ศัตรูพืช และประเทศคู่แข่ง เป็นต้น เพื่อวางแผนและแนะนำการผลิต และการส่งเสริมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ สามารถผลิตให้ได้มาตรฐาน คุณภาพสินค้าเกษตร

(5) ศึกษา ทดสอบ วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับงานพัฒนาที่ดินด้านการอนุรักษ์ดิน และน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การแก้ไขดินที่มีปัญหา การวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินและการวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อการพัฒนาที่ดิน

(6) ส่งเสริมและสนับสนุนในการให้บริการวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร และปัจจัยการผลิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งด้านพืชและไหม ตลอดจนการฝึกอบรมและสาธิต เพื่อให้ เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประโยชน์

(7) ให้บริการด้านวิชาการทางการเกษตร เกี่ยวกับการวินิจฉัย ตรวจสอบ วิเคราะห์ ปัจจัย การผลิต โรคแมลงศัตรูพืช วัชพืช การตรวจสอบรับรองผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชและการเตือนภัยการระบาดของ โรคแมลงศัตรูพืช เพื่อการป้องกันกำจัดที่เหมาะสม

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรืทหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แกบุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

(13) รวบรวม จัดทำข้อมูล การจัดทำรายงานเกี่ยวกับสารสนเทศทางการเกษตร เพื่อใช้ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และให้บริการข้อมูลแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้อง

(2) ให้คำปรึกษา แนะนำ จัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกษตรแก่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติให้เกิด ประโยชน์

(3) ให้คำปรึกษา แนะนำ ในงานด้านวิชาการแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา เพื่อให้สามารถ ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ได้รับวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา เกษตรศาสตร์ ทางพืชสวน และ

2. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า ภายในวันสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 200 คะแนน โดยวิธีการสอบข้อเขียน ดังนี้

ทดสอบความรู้ทางวิชาการด้านพืชสวน การจัดการผลผลิตพืชสวนเศรษฐกิจ การวิจัยและ พัฒนาพืชสวนเศรษฐกิจ ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนงานโครงการวิจัย การติดตามประเมินผล และความรู้ ด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวพืชสวน

หน่วยที่ 2
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ (ด้านพืชไร่)

จำนวนอัตราว่างครั้งแรก
จำนวน 3 อัตรา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการเกษตรเกี่ยวกับพืชไร่ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ศึกษา พัฒนา ระบบการควบคุม การผลิต การจำหน่าย การนำเข้า การส่งออกพืช พันธุ์พืช ปุ๋ย วัตถุมีพิษ ยาง รวมทั้งศึกษา พัฒนาระบบการคุ้มครองพันธุ์พืช และการค้าพืชตามอนุสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

(2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาด้านพืชไร่ เกียวกับการอนุรักษ์ ด้านพฤกษศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ การปรับปรุงพันธุ์ การขยายพันธุ์ วิทยาการด้านพันธุ์ การเขตกรรม การอารักขา งานวิทยาการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง งานด้านการผลิตสารบำรุงพืช และอื่น ๆ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทางการเกษตร และช่วยพัฒนาผลผลิด ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้งผลกระทบของภูมิอากาศต่อการเกษตร

(3) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับดิน น้ำและการชลประทาน ปุ๋ย วัตถุมีพิษการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตพืชและปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ

(4) ศึกษา วิเคราะห์ สถานการณ์การผลิต การตลาดของพืช สินค้าเกษตรและสินค้า เกษตรแปรรูป เช่น ปริมาณการผลิต การตลาด ราคาผลผลิต ภัยธรรมชาติ ศัตรูพืช และประเทศคู่แข่ง เป็นต้น เพื่อวางแผนและแนะนำการผลิต และการส่งเสริมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ สามารถผลิตให้ได้มาตรฐาน คุณภาพสินค้าเกษตร

(5) ศึกษา ทดสอบ วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับงานพัฒนาที่ดินด้านการอนุรักษ์ดิน และน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การแก้ไขดินที่มีปัญหา การวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินและการวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อการพัฒนาที่ดิน

(6) ส่งเสริมและสนับสนุนในการให้บริการวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร และปัจจัยการผลิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งด้านพืชและไหม ตลอดจนการฝึกอบรมและสาธิต เพื่อให้ เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประโภชน์

(2) ให้บริการด้านวิชาการทางการเกษตร เกี่ยวกับการวินิจฉัย ตรวจสอบ วิเคราะห์ ปัจจัย การผลิต โรคแมลงศัตรูพืช วัชพืช การตรวจสอบรับรองผลิตผล ผลิตภันฑ์พืชและการเตือนภัยการระบาดของ โรคแมลงศัตรูพืช เพื่อการป้องกันกำจัดที่เหมาะสม

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

หน่วยที่ 3
ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน

จำนวนอัตราว่างครั้งแรก
จำนวน 1 อัตรา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงานด้านช่างโยธา ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) สำรวจ ออกแบบ เขียนแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษาโครงการก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อให้ ตรงตามหลักวิชาช่าง ความต้องการของหน่วยงาน และงบประมาณที่ได้วัน

(2) ตรวจสอบ แก้ใจ และกำหนดรายละเอียดของงานให้ตรงกับแบบรูปและรายการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(3) ถอดแบบ เพื่อสำรวจปริมาณวัสดุที่ใช้ตามหลักวิชาช่าง เพื่อประมาณราคาค่าก่อสร้าง

(4) ควบคุมงานก่อสร้าง งานปรับปรุง และซ่อมแซม หรือสาวจการจ้างตามที่ได้รับ มอบหมาย พร้อมรายงานความก้าวหน้าของงาน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด

(4) รวบรวม..ละจัดเก็บข้อมูล เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยในงานด้านช่าง

2. ด้านการบริการ

(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหา และฝึกอบรมเกี่ยวกับงานโยธาทิตนมีความรับผิดขอบ แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ ผู้ที่สนใจได้รับทราบข้อมูล ความรู้ต่าง ๆ และมีทักษะเหมาะสมแก่การปฏิบัติงาน

(2) ประสานงานในระดับกลุ่ม กับหนวยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานโยธา และแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ของหน่วยงานและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค ในสาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ สาขาวิชา เทคนิควิศวกรรมโยธา หรือสาขาวิชาเทคนิดการจัดการงานก่อสร้าง หรือ

2. ได้รับวุฒิอนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางโยธา ทางสำรวจ หรือทางการก่อสร้าง หรือ

การก่อสร้าง หรือ

3. ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชา

4. ได้รับวุฒิอนุปริญญาหลักสูตร 4 ปี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางโยธา ทางสำรวจ หรือทางการก่อสร้าง และ

5. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพเทคนิด อนุปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือสูงกว่าภายในวันแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่ง

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 200 คะแนน โดยวิธีการสอบข้อเขียน ดังนี้

1. ความรู้เกี่ยวกับงานด้านโยธา การสำรวจ การเขียนแบบ และการประมาณราคาค่าก่อสร้าง

2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

4. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 25496 และที่แก้ไข

เพิ่มเติม

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น