สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ครั้งแรก 3 อัตรา (ภาค ก พิเศษ) วุฒิ ปวส.หรือเทียบเท่า ป.ตรี รับสมัครระหว่าง 4-24 มี.ค. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 2,680 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ภาค ก พิเศษ
👥 จำนวนอัตรา
ครั้งแรก 3 อัตรา (ภาค ก พิเศษ)
💰 อัตราเงินเดือน
13,920 – 19,970 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ปวส.หรือเทียบเท่า ป.ตรี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
4-24 มี.ค. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
  2. เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 4-24 มี.ค. 2569 รูปที่ 1

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

1. ตำแหน่งที่บรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ

1.1 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

อัตราเงินเดือน 18,1250 – 19,540 บาท หรือตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด

1.2 ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

อัตราเงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท หรือตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด และเงินเพิ่ม การครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ

ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ได้รับเงินตามคุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรอง เพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนสามัญของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ลงวันที่ 33 มกราคม พ.ศ. 24566

2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก

2.1 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 1 ตำแหน่ง

2.2 ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน 2 ตำแหน่ง

3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2566

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลล้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ

ตามกฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงาน

ในหน่วยงานของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบ แข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองแล้ว

สำหรับพระภิกษุ หรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ น.ว. 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564

4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียด ของตำแหน่งที่รับสมัครสอบตาม
เอกสารแนบท้ายประกาศนี้

4.3 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สมัครสอบ หรือสูงกว่าของแต่ละตำแหน่งที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศ

กรณีผู้สมัครสอบยังไม่มีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สมัครสอบ หรือสูงกว่า เมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว ต้องสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ ที่สำนักงาน ก.พ. จัดสอบ (ภาค ก. พิเศษ) ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

5. การรับสมัครสอบ

5.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ตามชั้นตอน ดังนี้

(1) เปิดเว็บไซต์
https://onlb.thaijobjob.com

(2) กรอกข้อความในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบ จะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ

(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น หรือหาก ไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ลงในสื่อบันทึกข้อมูล

ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสอบ หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถ สามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน แก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้

5.2 นำแบบฟอร์มการชำระเงิน (ข้อ 5.1 (3)) ไปชำระเงินค่ารรรมเนียมในการสมัครสอบ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2569 ชำระเงินได้ 4 ช่องทาง คือ

(1) การชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย

7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

7.1 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 ทางเว็บไซต์
https://onlb.thaijobjob.com
หัวข้อ “ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ” และถือว่าเป็นหน้าที่ ของผู้สมัครสอบที่ต้องตรวจสอบชื่อและช่วงเวลาที่จะเข้ารับการสอบแข่งขันตามประกาศต่อไป

7.2 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะดำเนินการสอบแข่งขันวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ในวันที่ 5 เมษายน 2569

ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการจะประกาศให้ทราบทางเว็บไซต์ดังกล่าว

8. หลักสูตรและวิธีการสอบ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ดังนี้

8.1 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน โดยวิธีการสอบข้อเขียน (ปรนัย) รายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

8.2 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 300 คะแนน โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติ การทำงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพ และพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคคล ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัด ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ก่อน เมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับเดียวกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบหรือระดับคุณวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน เพื่อ

วัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

4. หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขัน

4.1 หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

(ภาค ข.)

บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งมีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น มาแสดงตนเพื่อเข้าสอบ ไม่อนุญาตให้ใช้สำเนา เพื่อแสดงตนในการเข้าสอบ ทั้งนี้ หากไม่มีเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวในการแสดงตนเพื่อการเข้าสอบ กรรมการหรือเจ้าหน้าที่คุมสอบ จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด

4.2 หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

(1) ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี ที่ได้อัปโหลด (Upload) เรียบร้อยแล้ว พร้อมลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

(2) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ซึ่งมีรูปถ่าย ชื่อ – สกุล หรือลายมือชื่อ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักระบุชัดเจนเท่านั้น และบัตรดังกล่าวต้องยังไม่หมดอายุ

(3) หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ในระดับเดียวกันกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบหรือสูงกว่า ของสำนักงาน ก.พ. (ฉบับจริง) พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ

กรณีผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สูงกว่าวุฒิที่ใช้สมัคร ให้ยื่นหลักฐานการศึกษาของวุฒินั้นด้วยเพิ่มอีก 1 ฉบับ ทั้งนี้ หากไม่มีเอกสารดังกล่าวในการเข้าสอบ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบโดยเด็ดขาด

(4) คุณวุฒิการศึกษา

สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาประกาศนียบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายในวันที่ปิดรับสมัคร คือ วันที่ 24 มีนาคม 25569 (สำหรับผู้สมัครที่ใช้คุณวุฒิระดับอนุปริญญาหลักสูตร 3 ปีต่อจากประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่ามาสมัครสอบต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าเป็นระดับอนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี แนบมาด้วย)

ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นสมัครได้ ให้นำหน้าหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษา ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทนก็ได้

(5) สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณี ที่ชื่อ – นามสกุลในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

(6) เอกสารทางทหาร เช่น หนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) สด.4) และสมุดประจำตัวทหารกองหนุน ประเภทที่ 1 หรือใบสำคัญ (แบบ สด.4) สำหรับทหารกองเกิน และทหารกองหนุนประเภทที่ 2 หรือใบรับรองผล การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด. 43) เอกสารรับรองการผ่านการเกณฑ์ ทหาร หรือได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศขาย) จำนวน 1 ฉบับ

สำหรับสำเนาเอกสารทุกฉบับ ให้ผู้สมัครสอบเขียนรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” พร้อม ลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ตำแหน่งที่สมัครสอบ และเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนขวาของสำเนาหลักฐาน และเอกสารทุกหน้าให้เรียบร้อย

10. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้ได้คะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่ง (ภาค ค.) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย

11. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยเรียงลำดับที่จากผู้ใด้คะแนนรวมของการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) สูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มี ผู้สอบให้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) เท่ากันอีก ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า

การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้า มีการสอบแข่งขันในตำแหน่งเดียวกันนี้อีก และได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

12. การบรรจุและแต่งตั้ง

ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1

13. การรับโอนผู้สอบแข่งขันได้

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติไม่รับโอนผู้สอบแข่งขันได้ทีเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้เข้ารับราชการ หรือพฤติกรรม ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และโปรดแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ทราบด้วย

เอกสารแนบท้ายประกาศฯ

ตำแหน่งที่ 1
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ

จำนวนอัตราว่างครั้งแรก
1 อัตรา

อัตราเงินเดือน
18,150 – 19,970 บาท ทั้งนี้ อัตราเงินเดือนเป็นไปตามประกาศ สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรอง เพื่อการบรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ ลงวันที่ 33 มกราคม พ.ศ. 2566

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องโช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) รวบรวม วิเคราะห์ และประมวลนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาสรุปเสนอประกอบการกำหนดนโยบายและเป้าหมาย ของส่วนราชการ หรือนโยบาย แผนงาน และโครงการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหารหรือความมั่นคง

(2) รวบรวมข้อมูล และศึกษาวิเคราะห์เบื้องต้น เกี่ยวกับภารกิจหลักและแผนกลยุทธ์ ของส่วนราชการ หรือทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อวางแผนกำหนดแผนการปฏิบัติงาน หรือโครงการให้สามารถบรรลุภารกิจที่กำหนดไว้

(3) วิเคราะห์นโยบายของส่วนราชการ หรือนโยบาย แผนงาน และโครงการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหาร หรือความมั่นคง และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อช่วยจัดทำแผนการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

(4) สำรวจ รวบรวม และประมวลผลข้อมูลการดำาเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและ ประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำ แผนงาน หรือกำหนดยุทธศาสตร์

(5) ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลเพื่อประกอบ การเสนอแนะแนวทางการประสานผลักดันยุทธศาสตร์และนโยบาย ตลอดจนการติดตามประเมินผลให้สอดคล้อง ไปในแนวทางเดียวกัน

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน หรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(1) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

(1) รวบรวมข้อมูล เพื่อเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการจัดทำแผนงานโครงการ

(2) ให้คำปรึกษา แนะนำ ตอบปัญหา และขี้แจงเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับงานนโยบายและแผน เพื่อแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา

2. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรี หรือระดับที่สูงกว่า ภายในวันรับสมัครวันสุดท้าย

กรณีที่ผู้สมัครสอบไม่มีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรี เมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว จะต้องสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จัดให้สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ (ภาค ก.พิเศษ)

ในกรณีผู้สมัครสอบยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถ ทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สูงกว่าระดับที่สมัครสอบ ให้ยื่นสำเนาปริญญาบัตรหรือหลักฐาน การศึกษาที่ระบุสำเร็จการศึกษาของระดับนั้นด้วยเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ

หลักสูตรและวิธีการสอบ

1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
เป็นการทดสอบความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ โดยวิธีการสอบข้อเขียน แบบทดสอบเป็นข้อสอบ แบบปรนัย จำนวน 100 ข้อ ดังนี้

1.1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สารสนเทศ การปกครอง การบริหารราชการ และนโยบายรัฐบาล

1.2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ได้แก่

– ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

– แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)

– พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

– พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

– พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และประมวลจริยธรรมข้าราชการ

พลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรม

– พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

1.3 ความรู้และทักษะพื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบาย และแผนปฏิบัติการ ได้แก่

– ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดทำยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนงาน โครงการ งบประมาณ การติดตามและประเมินผล การจัดทำแผนปฏิบัติการ การจัดทำแผนปฏิบัติราชการ

– ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

1.4 ความรู้ความเข้าใจในบทบาทรทารกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้แก่

– ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

– ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และภารกิจของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

2. การสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาจากความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจเป็นประโยชน์ ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณ ของข้าราชการพลเรือนสามัญ คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น รวมถึงสมรรถนะหลักและสมรรถนะ ที่จำเป็นของตำแหน่ง

ทั้งนี้ จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อน และเมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว และเป็น ผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบฯ และเป็นผู้สอบผ่านเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับเดียวกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบหรือระดับคุณวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าจึงจะมีสิทธิ เข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

ตำแหน่งที่ 2
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

จำนวนอัตราว่างครั้งแรก
2 อัตรา

อัตราเงินเดือน
13,920 – 15,320 บาท และเงินเพิ่มการค่าครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ ทั้งนี้ อัตราเงินเดือน เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ เรื่อง กำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ได้รับเงินเดือนตาม คุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรอง เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ลงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2526

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงานด้านธุรการ ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ปฏิบัติงานธุรการ งานสารบรรณ งานบริการทั่วไป เช่น การรับส่ง ลงทะเบียน ร่างหนังสือโต้ตอบ จัดเตรียมการประชุม การบันทึกข้อมูล เพื่อสนับสนุนให้งานต่าง ๆ ดำเนินไปได้โดยสะดวก ราบรื่นและมีหลักฐานตรวจสอบได้

(2) รวบรวมข้อมูล จัดเก็บข้อมูลสถิติ เอกสาร หลักฐานหนังสือ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติ เพื่อสะดวกต่อการค้นหา และเป็นหลักฐานทางราชการ

(3) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ของสำนักงาน เพื่อให้มีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพไว้ใช้งาน และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

(4) รวบรวมรายงานผลการปฏิบัติงานและข้อมูลต่าง ๆ นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อนำไปใช้เสนอแนะและปรับปรุงการปฏิบัติงานต่อไป

2. ด้านการบริการ

(1) ติดต่อประสานงานกับบุคคลภายในหน่วยงานเดียวกันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความราบรื่น

(2) ให้บริการข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อราชการ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป (3) ผลิตเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงาน และปฏิบัติ หน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

1. ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) หรือได้รับอนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี หรือคุณวุฒิอย่างอื่น ที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา

2. เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) หรือระดับที่สูงกว่า ของสำนักงาน ก.พ. ภายในวันรับสมัครวันสุดท้าย

กรณีที่ผู้สมัครสอบไม่มีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) เมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถ ที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว จะต้องสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จัดให้สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ (ภาค ก.พิเศษ)

ในกรณีผู้สมัครสอบยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับที่สูงกว่าระดับที่สมัครสอบ ให้ยื่นสำเนาปริญญาบัตรหรือหลักฐาน การศึกษาที่ระบุสำเร็จการศึกษาของระดับนั้นด้วยเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ

หลักสูตรและวิธีการสอบ

1. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
เป็นการทดสอบความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ โดยวิธีการสอบข้อเขียน แบบทดสอบเป็นข้อสอบ แบบปรนัย จำนวน 100 ข้อ ดังนี้

1.1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สารสนเทศ การปกครอง การบริหารราชการ และนโยบายรัฐบาล

1.2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ได้แก่

– พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

– พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565

– พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

– ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

– ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นโยบายที่ดินแห่งชาติ

1.3 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการ

2. การสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์

ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาจากความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจเป็นประโยชน์ ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณ ของข้าราชการพลเรือนสามัญ คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น รวมถึงสมรรถนะหลักและสมรรถนะ ที่จำเป็นของตำแหน่ง

ทั้งนี้ จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อน และเมื่อสอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว และเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบฯ และเป็นผู้สอบผ่านเพื่อวัดความรู้ความสามารถ ทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับเดียวกับคุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบหรือระดับคุณวุฒิการศึกษา ที่สูงกว่าจึงจะมีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น