กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ครั้งแรก 70 อัตรา วุฒิ ป.ตรี รับสมัครระหว่าง 16 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 รับสมัคร ทางอินเทอร์เน็ต อ่านแล้ว 4,227 ครั้ง

🏷️ ประเภท : ข้าราชการ
เงื่อนไขสอบภาค ก.พ.
ผ่าน ก ก.พ
👥 จำนวนอัตรา
ครั้งแรก 70 อัตรา
💰 อัตราเงินเดือน
18,150 – 19,970 บาท
🎓 วุฒิการศึกษา
ป.ตรี
🗓️ ระยะเวลารับสมัคร
16 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569
📝 ช่องทางสมัคร
ทางอินเทอร์เน็ต
สมัครออนไลน์

🧰 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
  1. เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ

กรมการปกครอง เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ รับสมัครตั้งแต่ 16 มี.ค. - 6 เม.ย. 2569

ประกาศกรมการปกครอง

เรื่อง
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ

ตำแหน่ง
เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ)

อัตราเงินเดือน
อัตราเงินเดือนระหว่าง 18,150 – 19,770 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดปัจจัย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิ ที่ ก.พ. รับรองเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของกรม ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

2. จำนวนอัตราว่างครั้งแรก

จำนวน 70 อัตรา

3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายประกาศ

4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ข. ลักษณะต้องห้าม

(3) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟันเฟือน

ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) เป็นบุคคลล้มละลาย

(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น

ของรัฐ

(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน

ในหน่วยงานของรัฐ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัคร สอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว

สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบ แข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 28 กันยายน 2564

4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้

ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชารัฐศาสตร์
สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์

4.3 ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของสำนักงาน ก.พ. ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่
6 เมษายน 2569

5. การรับสมัครสอบ

5.1 ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 นาฬิกา ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ ในวันที่ 5 เมษายน 2569 จะปิดรับสมัครสอบเวลา 24.00 นาฬิกา
5.2 ผู้สมัครสอบจะต้องสมัครสอบตามขั้นตอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 กรอกใบสมัครออนไลน์และพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน

(1) เปิดเว็บไซต์
https://dopa.thaijobjob.com
เลือกหัวข้อ “การรับสมัคร สอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569″ หัวข้อย่อย “สมัครสอน”

(2) กรอกข้อมูลการสมัครสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด พร้อมอัปโหลดรูปถ่ายสีของตนเอง ขนาด 1 นิ้ว สวมชุดสุภาพ หน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน โดยใช้รูปแบบไฟล์รูปภาพและขนาดตามที่ระบบกำหนด (รูปถ่ายที่อัปโหลดจะปรากฏ บนใบสมัคร) และเมื่อยืนยันข้อความที่ได้กรอกแล้ว ระบบจะออกแบบฟอร์มการชำระเงินค่าสมัครสอบ ให้แก่ผู้สมัครสอบโดยอัตโนมัติ

(3) ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินที่มี QR Code ซึ่งผู้สมัครสอบสามารถ พิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินลงในกระดาษขนาด A4 เพื่อชำระเงินในภายหลัง หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ลงในสื่อบันทึกข้อมูล หรือสแกนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai Next” หรือ “เป๋าตัง” ได้ทันที

ในกรณีที่แบบฟอร์มการชำระเงินสูญหาย หรือกรอกใบสมัครแล้วแต่ยังไม่ได้พิมพ์ แบบฟอร์มการชำระเงิน ผู้สมัครสอบสามารถค้นหาในระบบรับสมัครสอบในหัวข้อย่อย “ตรวจสถานะการสมัครสอบ” แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้

ขั้นตอนที่ 2 ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

(1) ผู้สมัครสอบต้องชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 นาฬิกา ถึงวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 22.00 นาฬิกา

(2) ผู้สมัครสอบต้องชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 430 บาท ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 400 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท
โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

(3) ผู้สมัครสอบสามารถชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบได้ 3 ช่องทาง คือ

– ช่องทางที่ 1
ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา ทั่วประเทศ ภายในวันและเวลาทำการของธนาคาร และตามวัน เวลาที่กำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงิน และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ในหลักฐานการชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ให้รีบติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่ชำระเงินทันที

– ช่องทางที่ 2
ชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน “Krungthai Next” ตามวัน เวลา ที่กำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการแอปพลิเคชัน “Krungthai Next” แล้ว สามารถนำรหัส QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai Next” และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดไว้ และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย

– ช่องทางที่ 3
ชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตามวัน เวลาที่กำหนด ในแบบฟอร์มการชำระเงิน โดยผู้สมัครสอบที่ได้ลงทะเบียน (Register) ขอใช้บริการแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว สามารถนำรหัส QR Code ไปทำรายการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าดัง” และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบบ กำหนดไว้ และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานะการสมัครสอบ

หลังจากที่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว 1 วัน ผู้สมัครสอบสามารถ ตรวจสอบสถานะการชำระเงินได้ที่เว็บไซต์
https://dopa.thaijobjob.com
หัวข้อย่อย “ตรวจสถานะ การสมัครสอบ” และคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันฯ จะกำหนดเลขประจำตัวสอบตามลำดับ การชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ซึ่งจะประกาศให้ทราบในวันประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ

ทั้งนี้ การสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้สมัครสอบได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอน ภายในระยะเวลาที่กำหนด

6. เงื่อนไขในการสมัครสอบ

6.1 ผู้สมัครสอบจะสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อสมัครแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้

6.2 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) ในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติ ให้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิตรับสมัครสอบ คือ
วันที่ 6 เมษายน 2569
ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบ เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์

6.3 การสมัครสอบตามขั้นตอนในข้อ 5 ถือว่า ผู้สมัครสอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและ รับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครสอบจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

6.4 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระบุ ชื่อตัว – ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชนและรูปภาพสีชัดเจน

6.5 ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ หรือตรวจสอบพบในภายหลังว่า เอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ หรือคุณวุฒิไม่ตรงตาม ประกาศ หรือเอกสารปลอม กรมการปกครองจะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มา ตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ทั้งนี้ ในกรณีผู้สมัครสอบยื่นเอกสารปลอม กรมการปกครอง จะดำเนินการทางคดีอาญาต่อไปด้วย

7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ

กรมการปกครอง จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับ การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม กับตำแหน่ง ที่เว็บไซต์
https://dopa.thaijobjob.com
และ
https://multi.dopa.go.th/dopaperson
หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์

8. หลักสูตรและวิธีการสอบ

8.1 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) รายละเอียด
ตามเอกสารแนบท้ายประกาศ

8.2 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) โดยกำหนดกิจกรรม ดังนี้

(1) การสัมภาษณ์รายบุคคล จำนวน 40 คะแนน

(2) การพูดในที่สาธารณะ จำนวน 20 คะแนน

(3) การทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครอง ปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) จำนวน 20 คะแนน

(4) การทดสอบสมรรถนะที่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) จำนวน 20 คะแนน

ผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง จะต้องเข้าร่วม การทดสอบครบทุกกิจกรรม หากไม่เข้าร่วมฯ หรือเข้าร่วมฯ ไม่ครบ ผู้นั้นจะไม่ได้รับคะแนนการสอบแข่งขัน เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

ทั้งนี้ กรมการปกครองจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้ และผู้ที่ได้คะแนนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง เฉพาะตำแหน่งก่อน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 (โดยให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล) จึงจะเป็นผู้สอบผ่าน และมีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป

9. หลักฐานการสมัครสอบ

9.1 หลักฐานที่ต้องนำมาแสดงตนในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

ให้ผู้สมัครสอบนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง หรือแบบรับรองรายการบุคคล หรือแบบรับรองข้อมูลทะเบียน ประวัติราษฎรด้วยระบบดิจิทัล (ท.ร. 12/2) หรือแบบรับรองข้อมูลเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน (บ.ป. 4) ซึ่งหลักฐานดังกล่าวต้องเป็นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ มีรูปถ่ายที่ชัดเจน และปรากฏชื่อตัว – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชนที่ตรงตามรายชื่อผู้สมัครสอบมาแสดงตนเพื่อสอบเท่านั้น

9.2 หลักฐานที่ต้องนำมายื่นในวันสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง

(1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง หรือแบบรับรองรายการบุคคล หรือแบบรับรองข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรด้วยระบบดิจิทัล (ท.ร. 12/2) หรือแบบรับรองข้อมูลเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน (บ.ป. 4) ซึ่งหลักฐานดังกล่าวต้องเป็นฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ ยุ มีรูปถ่ายที่ชัดเจน และปรากฏชื่อตัว – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ที่ตรงตามใบสมัครสอบ มาแสดงตน

(2) ใบตรวจรับเอกสาร

(3) ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต และลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

(4) ใบปริญญาบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ฉบับจริง เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้อง ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัครฯ โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติให้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน วันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 6 เมษายน 2569

(5) สำเนาใบปริญญาบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ตามข้อ 9.2 (4) จํานวนอย่างละ 2 ฉบับ

ทั้งนี้ กรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานตาม (4) – (5) ดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัคร สอบได้ ให้น้าหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติ จากผู้มีอำนาจ โดยจะต้องอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครมายื่นแทน

(6) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป หรือประกาศเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของสำนักงาน ก.พ. โดยต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป
ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 5 เมษายน 2569
จำนวน 1 ฉบับ สำหรับผู้สมัครสอบที่ใช้สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาโท จะต้องนำสำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษาระดับปริญญาโทมายื่นด้วย จํานวน 1 ฉบับ

(7) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยน ชื่อตัว – ชื่อสกุล (ในกรณีชื่อตัว – ชื่อสกุล ในเอกสารต่าง ๆ ไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

(8) หนังสือยินยอมเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ)

(9) รายละเอียดการจัดส่งเอกสารเรียกรายงานตัว

สำหรับสำเนาเอกสารหลักฐานทุกฉบับ ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” พร้อมลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาของเอกสารทุกหน้าให้เรียบร้อย

10. เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ที่ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขัน เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง ที่ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล

11. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

11.1 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เรียงตามลำดับคะแนนรวมของผู้สอบผ่าน การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่งจากมากไปน้อย ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่ดีกว่า แต่ถ้าคะแนน ความเหมาะสมกับตำแหน่งยังเท่ากันอีก ให้เรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบแข่งขันจากน้อยไปมาก

11.2 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่ วันประกาศขึ้นบัญชี แต่ถ้ากรมการปกครองได้จัดให้มีการสอบแข่งขันในตำแหน่งอย่างเดียวกันกับที่ได้ประกาศ รับสมัครในครั้งนี้อีก และได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

12. การบรรจุและแต่งตั้ง

กรมการปกครองจะบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามที่ระบุในข้อ 1

ทั้งนี้ การบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ภายหลังจากการบรรจุและแต่งตั้งตามอัตราว่าง ในครั้งแรก หากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ยังไม่หมดอายุหรือเป็นอันยกเลิก และคงเหลือผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชี กรมการปกครองจะบรรจุและแต่งตั้งครั้งต่อไป จากผู้สอบแข่งขันได้ตามลำดับในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

13. การรับโอนผู้สอบแข่งขันได้

กรมการปกครองไม่รับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

14. การขอทราบผลคะแนนสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ)

การประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของกรมการปกครอง ให้ถือเป็นที่สุด ผู้สมัครสอบ ไม่มีสิทธิขอให้ทบทวนแต่ประการใด กรณีผู้สมัครสอบมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง บุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) สามารถขอทราบผลคะแนนสอบ ของตนเองได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

กรมการปกครองจะดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่า สามารถช่วยเหลือให้ผู้สอบแข่งขันได้รับการขึ้นบัญชี หรือมีพฤติการณ์ ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้อธิบดีกรมการปกครองทราบด้วย

เอกสารแนบท้ายประกาศ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านการปกครอง ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมและสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำในต่างจังหวัด ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและทุรกันดารได้ และต้องเป็นผู้มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

1. ด้านการปฏิบัติการ

(1) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติงาน พัฒนาระบบงาน ตรวจสอบ ปรับปรุงกฎหมาย รวมทั้งการติดตามประเมินผล และปฏิบัติงานด้านการปกครอง เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอำนวยความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดน และการทะเบียน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัย ได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็ว และเกิดความสงบสุขในสังคม

(2) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดขอบของ กรมการปกครองและกฎหมายอื่นที่ได้รับมอบหมาย ทั้งในฐานะปลัดอำเภอ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ และพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม

(3) ปฏิบัติงานช่วยเหลือ สนับสนุนงานตามอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอในการนำนโยบายและ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม และจังหวัด มาปฏิบัติให้บรรลุผลตามเป้าหมาย และอำนวยการ ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นผู้แทนนายอำเภอตามกฎหมาย เพื่อให้การบริหารราชการส่วนภูมิภาคระดับอำเภอเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

2. ด้านการวางแผน

วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

3. ด้านการประสานงาน

(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ

(1) ให้บริการเกี่ยวกับภารกิจของกรมการปกครอง เช่น ด้านทะเบียนและบัตร การอำนวย ความเป็นธรรม แก่สวนราชการทั้งภายในและภายนอกองค์กร องค์กรภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน

(2) ให้ความรู้ ความเข้าใจ คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐตามสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม

(3) เผยแพร่ข้อมูลด้านการเมืองการปกครอง และส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้และเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง และรวดเร็ว

5. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ประกอบด้วย

1. ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (60 คะแนน)

1.1 ความรู้ทางด้านวิชาการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการ

1.2 ความรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สถานการณ์ปัจจุบันทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และเทคโนโลยีของประเทศไทยและต่างประเทศ

1.3 วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้าง อำนาจหน้าที่และภารกิจของกรมการปกครองและ กระทรวงมหาดไทย

1.4 ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ การติดตามและประเมินผล การบริหารเชิงกลยุทธ์ เทคนิคและเครื่องมือทางการบริหาร การบริหารงานภาครัฐ แนวใหม่ และการบริหารองค์การ

1.5. ความรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาอำเภอและ การประสานแผนพัฒนาพื้นที่ นโยบายสาธารณะ นโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง

1.6 ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ กฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต ของทางราชการ กฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กฎหมาย ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ วิธีการงบประมาณ และวินัยการเงินการคลังของรัฐ ระเบียบเกี่ยวกับงานสารบรรณและสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระเบียบเกี่ยวกับการรักษาความลับทางราชการ

1.7 ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

2. ความรู้ที่ใช้สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) (120 คะแนน)

2.1 ความรู้เกี่ยวกับการปกครองท้องที่ ได้แก่ การบริหารงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล การบริหารงานและหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการหมู่บ้าน งานสนับสนุน การเลือกตั้ง งานบริหารจัดการแนวเขตการปกครองและที่สาธารณะประโยชน์ และงานการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

2.2 ความรู้เกี่ยวกับการทะเบียน ได้แก่ งานทะเบียนราษฎร งานสัญชาติ งานบัตรประจำตัว ประชาชน และงานทะเบียนทั่วไป เช่น งานทะเบียนชื่อบุคคลและการใช้คำนำหน้านาม งานทะเบียนครอบครัว งานทะเบียนพินัยกรรม ฯลฯ

2.3 ความรู้เกี่ยวกับงานนิติการและรักษาความสงบเรียบร้อย ได้แก่ งานอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ตอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน งานการพนัน งานควบคุมการเรี่ยไร งานควบคุมการขายทอดตลาด และค้าของเก่า งานโรงรับจำนำ งานโรงแรม งานสถานบริการ งานมูลนิธิ และงานสมาคม

2.4 ความรู้เกี่ยวกับการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน ได้แก่ การสืบสวนสอบสวน คดีอาญาในหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง งานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ การไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาท ทางแพ่งและทางอาญา การชันสูตรพลิกศพในบทบาทของฝ่ายปกครอง กฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ และกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย

2.5 ความรู้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงภายใน ได้แก่ งานกิจการมวลชน งานจัดระเบียบ บริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง งานชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน งานการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งและการชุมนุมสาธารณะ งานกิจการขายแดนและผู้อพยพ งานกิจการชนกลุ่มน้อย งานการข่าว และงานการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์

2.6 ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมและกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายในหน้าที่ของกรมการปกครอง เช่น งานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด งานจัดระเบียบสังคม งานติดตามและเฝ้าระวังผู้มีอิทธิพล งานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ

2.7 ความรู้เกี่ยวกับกิจการกองอาสารักษาดินแดน

3. ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ (20 คะแนน)

ทดสอบทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) ได้แก่ ไวยากรณ์ (Grammar) คำศัพท์ (Vocabulary) และการอ่านทำความเข้าใจ (Reading Comprehension)

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น